Author Topic: 'โอดิสซี มารันฯ' ทีมค้นหาแห่งโลกใต้สมุทร  (Read 745 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline kid^_^

  • Administrator
  • Trade Count: (+2)
  • King
  • ******************
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 62 : Exp 1%
    HP: 8.5%

  • Posts: 5,797

  • ThankCool Statistics
    Give : 1297
    Take : 760

  • Gender: Male
  • ถึงตายก็ขาดบอร์ดเกมไม่ได้ ^_^
    • http://www.ThaiBoardGame.net
  • FaceBook: http://www.facebook.com/jiratn
ขณะที่การค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ในตู้คอนเทเนอร์ใต้ท้องทะเลไทย เป็นไปด้วยความระแวดระวังเพราะเทคโนโลยีที่มีอยู่จำกัด การค้นหาทรัพย์สมบัติใต้ท้องทะเลในอีกซีกโลกหนึ่งกลับมีความล้ำสมัยจนเกินกว่าที่หลายคนจะคิดฝัน
   
ก้นมหาสมุทรมีเรืออับปางอยู่กว่า 3 ล้านลำโดยประมาณ และนั่นทำให้โอดิสซี มารีน เอ็กซ์พลอเรชั่น บริษัทมหาชนแห่งเดียวของโลกที่ทุ่มเทให้กับการสำรวจซากเรืออับปางใต้ทะเลลึก มีโอกาสเหลือเฟือที่จะพบความสำเร็จครั้งมโหฬาร หรือความล้มเหลวครั้งใหญ่หลวง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เรือไททานิคอันเลื่องชื่อ
   
ทีมงานของโอดิสซีนำโดย เกรก สเตมม์ ประธานและซีอีโอผู้มุ่งมั่น ผู้บุกเบิกการสำรวจทะเลลึก พร้อมมือดีที่สุดของโลกในหลายสาขา ทั้งนักค้นคว้าวิจัย นักโบราณคดีใต้ทะเลลึก ผู้ควบคุมและช่างเทคนิคของยานอาร์โอวี (ROV) หรือยานปฏิบัติการใต้น้ำระยะไกล นักเก็บรักษาวัตถุโบราณจากเรืออับปาง นักพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และนักจัดการข้อมูลดิบ โดยมีทอม เดทท์ไวเลอร์ ซึ่งเคยเป็นผู้นำทีมที่ค้นพบเรือ        ไททานิค และมีประวัติการทำงานที่ดูแล้วเหมือนสารานุกรมการผจญภัยใต้ทะเลลึกเป็นผู้นำทีม
   
เรือโอดิสซี เอ็กซ์พลอเรอร์ เป็นเรือที่มีระบบการบังคับตำแหน่งแบบอัตโนมัติเชื่อมต่อกับสัญญาณดาวเทียม (DP) และทำหน้าที่เป็นเวทีหลักในการทำงานโบราณคดีของโอดิสซี เรือลำนี้บรรทุกเชื้อเพลิงและของใช้สำหรับทำภารกิจได้ยาวนานถึง 60 วัน และมีที่พักสำหรับลูกเรือ ช่างเทคนิค และนักวิทยาศาสตร์ 42 คน บนเรือลำนี้มีพื้นที่สำหรับห้องประชุมเชิงปฏิบัติการ ห้องแล็บโบราณคดี และปั้นจั่นหลายตัว เวลาทำงานในโครงการหนึ่ง ๆ โดยทั่วไปปฏิบัติการมักจะดำเนินไปตลอด 24 ชั่วโมงและไม่มีวันหยุด
   
ขณะที่ซีอุส (ZEUS) เป็นยานปฏิบัติการใต้น้ำระยะไกลของโอดิสซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นตาและมือของนักโบราณคดีใต้ทะเลลึก ซีอุสมีขนาดใกล้เคียงกับรถเอสยูวี คือสูง 10 ฟุต และหนัก 8 ตัน ด้วยเครื่องยนต์กำลังแรงถึง 400 แรงม้า และขับเคลื่อนด้วยเครื่องผลักดันไฮดรอลิกทรงพลัง 8 ตัว ซีอุสสามารถปฏิบัติงานในความลึก  ถึง 2,500 เมตร หรือ 8,200 ฟุต มันถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการสำรวจทางโบราณคดีใต้ทะเลลึก และปฏิบัติการกู้สิ่งของ ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบด้วยสายตา การถ่ายภาพสภาพก่อนจะมีการรบกวน และการบันทึกวิดีโอ รวมถึงการขุดสำรวจทางวิทยาศาสตร์ และการกู้วัตถุโบราณ
   
ความฝันแรกสุดของเกรกเกี่ยวกับการสำรวจใต้น้ำนั้นเกิดขึ้นพร้อมกับสารคดีพิเศษทางโทรทัศน์ของฌาค คูสโต และการผจญภัยยุคแรกสุดของโบราณคดีใต้น้ำรุ่นแรกในทศวรรษที่ 1960 แต่เนื่องจากไม่มีหลักสูตรโบราณคดีใต้น้ำในสมัยที่เขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัย     เกรกจึงหันไปมุ่งเน้นที่ชีววิทยาทางทะเลแทน ซึ่งดูเหมือนอย่างน้อยมันก็พาเขาเข้าไปใกล้การขุดคุ้ยใต้น้ำมากขึ้น
   
“การค้นคว้าเพื่อทำโครงการอาจมุ่งเน้นไปยังพื้นที่ค้นหาบางแห่ง แทนที่จะเป็นเรืออับปางลำใดลำหนึ่ง บางครั้งเราก็มุ่งเน้นไปยังพื้นที่ซึ่งเอกสารทางประวัติศาสตร์บ่งบอกว่าอาจพบเป้าหมายมูลค่าสูง ทั้งที่มีหลักฐานบันทึกไว้และไม่ได้บันทึกไว้ เพราะมันใกล้เคียงกับเส้นทางเดินเรือที่มีเรือบรรทุกสินค้ามูลค่าสูงแล่นผ่านบ่อย ๆ”
   
หลายคนคิดว่าการพบทองหรือเงินคงเป็นส่วนที่น่าตื่นเต้นที่สุด แต่การค้นพบที่จัดว่าน่าตื่นเต้นที่สุดของโอดิสซีคือการพบซากเรืออับปางของชาวโรมและชาวฟีนิเซีย ในทำนองเดียวกัน นักโบราณคดีของทีมจะตื่นเต้นหากได้พบอุปกรณ์การเดินเรือหรือยุทโธปกรณ์ซักชิ้น มากกว่าการได้พบสินค้าพาณิชย์อย่างเหรียญกษาปณ์ต่าง ๆ
   
ในแง่มูลค่าของเงินและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ การค้นพบซากเรืออับปางครั้งสำคัญที่สุด 2 ครั้งของโอดิสซีนับจนถึงเวลานี้ก็คือ การค้นพบเรือเอสเอสรีพับลิค และจุดเรือจมที่มีชื่อรหัสว่า “หงส์ดำ”
   
เรือเอสเอสรีพับลิคเป็นซากเรืออับปางจากยุคสงครามกลางเมืองสหรัฐ ซึ่งสูญหายไปในพายุเฮอริเคนเมื่อปี ค.ศ. 1865 ห่างจากชายฝั่งของรัฐจอร์เจีย 160 กิโลเมตร โอดิสซีพบซากอับปางนั้นในปี ค.ศ. 2003 และกู้เหรียญกษาปณ์ขึ้นมาได้กว่า 51,000 เหรียญ รวมทั้งวัตถุโบราณกว่า 14,000 ชิ้น จากจุดเรือจมนั้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นภาพราง ๆ อันน่าสนใจเกี่ยวกับชีวิตในช่วงกลางศตวรรษที่ 19
   
จุดเรือจม “หงส์ดำ” ซึ่งค้นพบในปี ค.ศ. 2007 กลายเป็นการค้นพบสมบัติโบราณครั้งใหญ่ที่สุดนับจนถึงปัจจุบัน เพราะพวกเขาสามารถกู้เหรียญเงินได้กว่า 17 ตัน และเหรียญทองอีกหลายร้อยเหรียญ ประเทศสเปนอ้างสิทธิเหนือจุดเรือจมนี้ และปัจจุบันคดีนี้ก็กำลังต่อสู้กันในศาลกลางสหรัฐ
   
นับตั้งแต่การกู้สมบัติ “หงส์ดำ” ทีมงานกำลังแกะรอยเรืออับปางบางลำที่อาจให้ขุมทรัพย์ก้อนใหญ่กว่านั้น รวมทั้งเรือเมอร์แชนท์ รอแยล มูลค่านับพันล้าน เมื่อเรือโอดิสซี เอ็กซ์พลอเรอร์ของพวกเขามุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่เป็นความลับสุดยอด ทีมงานก็เตรียมเจ้าซีอุสหุ่นยนต์มูลค่าหลายล้านดอลลาร์ เพื่อให้มันดำลงไปยังเป้าหมายสำคัญลำดับต้น ๆ 2 จุด หลังจากต่อสู้กับทัศนวิสัยที่แย่จนมองอะไรไม่เห็น
   
ภาพโซนาร์ของจุดดังกล่าวแสดงให้เห็นปืนใหญ่จำนวนมาก และเรือสมบัติเมอร์แชนท์ รอแยลแห่งศตวรรษที่ 17 มีปืนใหญ่ 32 กระบอก กล้องไฮเดฟินิชั่นของซีอุสส่งภาพกลับมายังห้องควบคุม ซึ่งเผยให้เห็นระฆังทองสัมฤทธิ์ของเรือ และมันมีคำจารึกอยู่ด้วย เมื่อพวกเขาสืบเสาะมากขึ้นข้อมูลที่ได้ก็บ่งบอกว่านี่เป็นเรือเอกชนที่รัฐบาลอนุญาตให้ติดอาวุธโจมตีข้าศึก

ที่มา : http://dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=523&contentID=4482