Author Topic: Bridge - ไพ่! + กีฬา!  (Read 26666 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline armourer84

  • Moderator
  • Trade Count: (+16)
  • Prince
  • *********
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 54 : Exp 32%
    HP: 0.3%

  • Posts: 4,452

  • ThankCool Statistics
    Give : 213
    Take : 360

  • Gender: Male
  • Sweet Time!!
    • http://www.thaiboardgame.net
Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« on: May 16, 2009, 11:46:10 PM »
บริดจ์เป็นบอร์ดเกมที่ใช้ไพ่เป็นส่วนประกอบสำคัญ

และขอยืนยันว่าจะใช้คำว่า ไพ่ ไม่ใช้คำว่า การ์ด

เพราะเนื่องจากเกมนี้ ถูกจัดให้เป็นกีฬา โดย สมาคมบริดจ์แห่งประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย

ประวัติของบริดจ์ โดยย่อ ขอขอบคุณ guru.sanook

บริดจ์เป็นเกมไพ่ ประเภท Trick Taking

โดยพบการเล่นบริดจ์ครั้งแรกในชื่อของ Whist ราวๆคริสตศตวรรษที่15
ต่อมาพัฒนาการเล่นโดยให้มีการประมูลเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเล่นชื่อของ Auction Bridge

ในปี 1925 นาย ฮาร์โรลด์ เอส แวนเดอบิลท์ (Harold S. Vanderbilt) ชาวอเมริกัน ได้คิดค้นปรับปรุง Auction Bridge ขณะเดินทางในเรือสำราญ ซึ่งกลายเป็นบริดจ์ที่เราเล่นกันในปัจจุบัน ในชื่อของ Contract Bridge ซึ่งนักเล่นบริดจ์จะถือว่าเขาเป็นคนคิดค้นและออกแบบบริดจ์ในปัจจุบัน

บริดจ์เข้ามาในประเทศไทยครั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯในขณะนั้น ซึ่งก็คือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงนำกีฬาไพ่บริดจ์มาเล่นในวัง โดยขณะนั้นเล่นกันในรูปแบบของ Auction Bridge

เกี่ยวกับกฎหมาย ขอขอบคุณ กฎหมายดอทคอม

เนื่องจากบริดจ์จัดเป็นกีฬาที่ใช้ไพ่ การเล่นไพ่บริดจ์จึงได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ ให้เล่นได้ อ้างอิงจาก

พระราชบัญญัติ การพนัน พ.ศ. 2478
ซึ่งเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 17 (พ.ศ. 2503)
ข้อที่ 13 บัญญัติการพนันที่สามารถเล่นได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต 3 ประเภทดังนี้

....
....
ข้อ 13 การพนันตามบัญชี ข.ดังต่อไปนี้ให้จัดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต
(1) ไพ่บริดจ์ ซึ่งเล่นในสมาคมระหว่างสมาชิกหรือบุคคลที่สมาคมอนุญาต หรือเล่น ในบ้านระหว่างญาติมิตร โดยสมาคมผู้จัดให้มีการเล่นหรือเจ้าบ้าน แล้วแต่กรณี มิได้เรียกเก็บ หรือรับผลประโยชน์ในทางตรงหรือทางอ้อมจากการเล่นนั้น
(2) บิลเลียด เพื่อความรื่นเริงในสมาคม โดยสมาคมเก็บค่าเกมตามสมควรหรือในเคหะสถาน โดยผู้จัดให้มีการเล่นหรือเจ้าบ้าน แล้วแต่กรณี มิได้เรียกเก็บหรือรับผลประโยชน์ในทางตรงหรือทางอ้อมจากการเล่นนั้น
(3) วิ่งวัวคน ซึ่งไม่มีการเล่นโตแตไลเซเตอร์ สวีปหรือบุ๊กเมกิง รวมอยู่ด้วย ชกมวย มวยปล้ำ ซึ่งกรมพลศึกษาหรือแผนกศึกษาธิการในส่วนภูมิภาคจัดให้มีขึ้นระหว่างนักเรียน
....
....

ดังนั้นการเล่นบริดจ์ ได้รับการรับรองให้เล่นได้อย่างถูกกฎหมายโดนไม่ต้องขออนุญาตและไม่โดนจับ หากเล่นกันในเคหสถาน ทั้งนี้ต้องไม่มีเงินเดิมพันซึ่งผิดตาม พรบ.การพนัน


1. ข้อมูลทั่วไป

ชื่อเกม - Bridge
ผู้ออกแบบ -  Harold Vanderbilt
จำนวนผู้เล่น 4 คน
กลไกของเกม : Card Game - Trick Taking / Lead&Follow
เวลาที่ใช้เล่น 15 นาที/สำรับ - 180-1080 นาที/การแข่งขัน

2. อุปกรณ์ ภาพทุกภาพเอามาจากหลากแหล่งขอขอบคุณโดยรวมๆละกัน

เป็นเกมกีฬาที่ใช้ไพ่ จึงต้องมี (2.1)ไพ่


แต่ไพ่บริดนั้นจะมีขนาดความกว้างที่เล็กกว่า เนื่องการเล่นต้องถือไพ่ทั้ง 13 ใบพร้อมๆกัน
เปรียบสำรับไพ่ป็อกและไพ่บริดจ์


เกมๆนี้ จะมี 2 phase คือประมูลและการเล่น
ดังนั้นจึงต้องมี (2.2)อุปกรณ์ที่ใช้ในการประมูล
โดยมี 2 รูปให้เลือกคือ
<2.2.1> Bidding Sheet + pencil


หรือใช้ <2.2.2> Bidding box


นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์อื่นๆเอาไว้จัดการแข่งขัน ซึ่งจะขอไม่กล่าวในที่นี้

3. การเล่น

บริดจ์ 1 โต๊ะจะเล่นกัน 4 คน โดยการแจกไพ่ครั้งหนึ่ง จะเรียกว่า 1 บอร์ด

ผู้เล่น 4 คน คนที่นั่งตรงข้ามจะถือว่าเป็นทีมเดียวกัน หรือเรียกว่า partner (คำแปลบัญญัติ: คู่ขา)

คนที่นั่งตรงข้ามกับเรา จะเรียกว่า "Partner" หรือ "คู่ขา"
ส่วนคนที่ข้างๆเรา 2 คน จะเรียกว่า "ปรปักษ์" (Opponent) ถ้าจะเฉพาะเจาะจงคือ คนที่ทางซ้ายเรียกว่า "ปรปักษ์ทางซ้าย" (Left-hand opponent) ส่วนทางขวาก็เรียกว่า  "ปรปักษ์ทางขวา" (Right-hand opponent)
 :egg065: (เขาเรียกงี้จริงๆนา ไม่ได้มักง่าย)

ก่อนเริ่มเล่นจะแจกไพ่จนหมดสำรับทั้ง 52 ใบ โดยแต่ละคนจะได้ 13 ใบ เท่าๆกัน

จากนั้นบริดจ์จะเล่นเกมๆนึง แบ่งเป็น 2 Phase คือ
(3.1) Auction Phase
(3.2) Playing Phase


(3.1) Auction Phase

คือการประมูล
มีวัตถุประสงค์เพื่อแย่งกันทำสัญญา (CONTRACT) ที่จะเล่นใน phase ต่อไป


โดยเริ่มจากคนแจกไพ่ (Dealer) แล้ววนไปตามเข็มนาฬิกา

การประมูล จะต้องประมูลให้สูงขึ้นเรื่อย โดยมีวัตุประสงค์คือการประมูลเพื่อต้องการหน้าทรัมพ์ (Trump)

*******************************
(Trump)
เป็นศัพท์ที่ใช้เลือกดอกของหน้าไพ่ที่ใหญ่ที่สุึดขณะเล่นเกมหนึ่งๆ  นอกจากบริดจ์แล้ว คำว่าทรัมพ์ยังใช้กันในเกมไพ่ทั่วไปเช่น นโปเลียน เป็นต้น
*******************************

ระดัีบการประมูลจะมี 7 ระดับ
โดยระดับจะมีตั้งแต่ 1 - 7 โดยแต่ละระดับ

แต่ละระดับจะสัญญากับผู้เล่นทั้งวงว่า จะกินอย่างต่ำกี่กอง (Trick - ศัพท์บัญญัติ: ตองกิน)

*******************************
(Trick)
เป็นศัพท์การเล่นไพ่แบบ Lead & Follow ทุกประเภท เมื่อผู้เล่นคนหนึ่งนำไพ่(Lead) ผู้เล่นต้องตามไพ่ (Follow) ในดอกเดียวกับผู้นำจนครบรอบ ผู้ที่ชนะจะได้ 1 ตองกิน หรือ 1 Trick ศัพท์นี้ใช้กันทั่วในไพ่และการ์ดเกมที่เล่นแบบ Lead& Follow เช่น จับหมู Spade หรือ Bottle Imp
*******************************

สัญญาระดับ 1 คือ สัญญาว่าจะกิน 1+6 = 7 กอง
สัญญาระดับ 2 คือ สัญญาว่าจะกิน 2+6 = 8 กอง
สัญญาระดับ 3 คือ สัญญาว่าจะกิน 3+6 = 9 กอง
...
...
สัญญาระดับ 7 คือ สัญญาว่าจะกิน 7+6 = 13 กอง
(ตอนแจกไพ่ มีไพ่คนละ 13 ใบ ถือว่ามี 13 กอง-เล่น13รอบ)

////////////////////////

แต่ละระดับจะมีดอกของหน้าไพ่ให้ประมูลให้เป็นหน้าทรัมพ์ได้ 5 ชนิด ซึ่งจะเรียงตามศักดิ์จากเล็กไปใหญ๋ได้แก่

ดอกจิก (Club) เรียกโดยย่อว่า "จิก" สัญลักษณ์คือ "C"
ข้าวหลามตัด (Diamond) เรียกโดยย่อว่า "เหลี่ยม" สัญลักษณ์คือ "D"
โพธิ์แดง (Heart) เรียกโดยย่อว่า "แดง" สัญลักษณ์คือ "H"
โพธิ์ดำ (Spade) เรียกโดยย่อว่า "ดำ" สัญลักษณ์คือ "S"
โนทรัมพ์ (No Trump) สัญลักษณ์คือ "NT"

ตัวอย่างความหมายโดยตรงของการประมูล เช่น

2S -> ประมูลโดยสัญญาว่าจะกิน 8 กอง (จาก 13 กอง) โดยให้ โพธิ์ดำ เป็น ทรัมพ์
3NT -> ประมูลโดยสัญญาว่าจะกิน 9 กอง (จาก 13 กอง) โดยให้ไม่มีอะไรเป็น ทรัมพ์
7C -> ประมูลโดยสัญญาว่าจะกิน 13 กอง (จาก 13 กอง) โดยให้ ดอกจิก เป็น ทรัมพ์

เป็นต้น

การประมูลจะต้องประมูลสูงขึ้นเรื่อยๆ

เช่น 1C เกทับด้วย 2C เกทับด้วย 2S แล้วเกทับด้วย 3NT เป็นต้น

แต่ไม่สามารถถอยหลังได้ เช่น 2S จะเกทับด้วย 2D ไม่ได้ เพราะ D ศักดิ์เล็กกว่า S
หรือ 3C จะเกทับด้วย 2NT ไม่ได้ เพราะระดับ 2 น้อยกว่าระดับ 3

เป็นต้น

สรุประดับในการประมูลได้ดังนี้

1C  1D  1H  1S  1NT
2C  2D  2H  2S  2NT
3C  3D  3H  3S  3NT
4C  4D  4H  4S  4NT
5C  5D  5H  5S  5NT
6C  6D  6H  6S  6NT
7C  7D  7H  7S  7NT

////////////////////////

นอกจากระดับการประมูลทั้ง 35 ขั้นแล้ว ยังสามารถประมูลด้วยรูปแบบอื่นๆได้อีกได้แก่

Pass หรือ ผ่าน สัญลักษณ์คือ /
หมายความว่าจะไม่ประมูล ซึ่งคนที่ผ่านไปแล้วจะสามารถกลับมาประมูลได้อีก
การ Pass ไม่จำกัดว่าจะต้องมีการประมูลระดับใดเกิดขึ้นมาก่อน แม้เป็นคนแรกที่ต้องประมูลก็สามารถผ่านได้
แต่การประมูลนั้นจะจบลงทันทีเมื่อ มีคนผ่าน 3 คนติดกัน

Double สัญลักษณ์คือ X ชื่อเล่นของนักบริดจ์ไทยคือ "ถั่ว"
Double จะกระทำเมื่อ ผู้เล่นคนนั้นต้องการจะ Defend โดยปรามาศผู้ที่จะชนะประมูลว่า "ไม่สามารถทำได้ตามสัญญา"
โดยจะทำได้ เมื่อมีการประมูลระดับระดับใดระดับหนึ่งเกิดขึ้น (จะปรามาศคนผ่านไม่ได้ ต้องปรามาศคนที่ประมูลสัญญาที่จะเล่น)
ดังนั้นผลของการเล่นที่เกิดขึ้น จะทวีคูณเป็นเท่าตัว
ถ้าทำสำเร็จจะได้เท่าตัว แต่ถ้าพลาดก็เสียเท่าตัวเช่นกัน

สัญญาที่มีการ Double จะมีสัญลักษณ์ X ต่อท้ายสัญญา เช่น 2HX ก็คือ 2โพธิ์แดง ดับเบิ้ล

Redouble สัญลักษณ์คือ XX
เป็นการประมูลของผู้ที่จะชนะประมูลยืนยันว่า "ทำได้ตามที่สัญญาแน่ๆ"
การ Redouble จะกระทำได้เมื่อมีการ double เกิดขึ้น และไม่มีการแทรกด้วยการประมูลอื่นนอกจาก Pass (จะตอกกลับคนที่ปรามาศเราต้องไม่หนีสัญญาเก่าไปเป็นอย่างอื่น)
แน่นอนว่า ผลของการเล่นจะทวีอีกเท่าตัวกับผลแบบ Double

สัญญาที่มีการ Redouble จะมีสัญลักษณ์ XX ต่อท้ายสัญญา เช่น 7NTXX ก็คือ 7โนทรัมพ์ รีดับเบิ้ล (มักเรียกว่า 7โน-เบิ้ล-รี)

////////////////////////

คู่ที่ประมูลชนะจะเป็นฝ่ายได้เล่น
โดยคู่ที่ประมูลชนะ จะแบ่งหน้าที่

คนที่เล่นจะเรียกว่า Declarer หรือ ผู้เล่น มีหน้าที่เล่นไพ่ในสัญญานั้นๆ ให้ได้ตามสัญญา
ผู้ที่นั่งตรงข้าม Declarer จะเรียกว่า Dummy ซึ่งจะต้องเปิดให้ทั้งวงดู หลังจากการ Lead ครั้งแรกของปรปักษ์ มีหน้าที่ทำตาม Declarer สั่งเท่านั้น มากกว่านั้นถือว่าผิดกติกา
ปรปักษ์ของผู้เล่น(ที่นั่งซ้าย-ขวา)จะถูกเรียกว่า Defender หรือผู้ป้องกันไพ่ มีหน้าที่พยายามไม่ให้ Declarer บรรลุเป้าหมายตามสัญญา

โดยคนเล่นหรือ Declarer จะถูกกำหนด โดยการที่เป็นคนแรกที่ประมูลไพ่หน้านั้นๆ เช่นผู้เล่นที่นั่งทิศเหนือประมูลไพ่ 3NT แล้วชนะประมูล แต่ผู้เล่นที่นั่งทิศใต้เคยประมูล 1NT ดังนั้นไพ่บอร์ดนี้ คนที่นั่งทิศใต้จะเป็นผู้เล่น

////////////////////////

ตัวอย่างการประมูล ให้ Dealer คือ คนที่นั่งทิศ East

N     E     S     W

       /      /     1S     ----->เริ่มที่ East โดยการผ่าน South ก็ผ่าน
                                    แต่ West เปิดประมูลที่ 1S (สัญญากินขั้นต่ำ 7กอง โพธิ์ดำเป็นทรัมพ์)
2C   X      /      /      ----->North ขัดประมูลที่ 2C - East ไม่เชื่อ North ทำได้ จึง Double
                                    ทั้ง South และ West ผ่าน
XX   /      /     2D     ----->North มั่นใจจึง Redouble ทั้ง East และ South ผ่าน
                                    แต่ West ขัดประมูลด้วย 2D
/    2S    3C     /      ----->North ผ่าน แต่ East เปลี่ยนสัญญาของคู่ขาด้วย 2S
                                    แต่ South ก็เกประมูลด้วย 3C ทันที จากนั้น West ก็ผ่าน
/    3S     /      /      ----->North ผ่านแต่ East แย่งประมูลสัญญาโดยเข้ามาที่ 3S
                                   (สัญญากินขั้นต่ำ 9 กอง โพธิ์ดำเป็นทรัมพ์)
//                          ----->ทั้ง South, West และ North ผ่าน การประมูลจึงจบลง
                                    โดยจะเล่นไพ่กันในสัญญา 3S โดย West เป็น Declarer
                                    (เพราะ west ประมูล S(โพธิ์ดำ) ก่อน)




(3.2)Playing Phase

เมื่อการประมูลจบลง

ก็จะทราบว่าใครเป็น Declare / Dummy และ Defender

////////////////////////

<Lead & Follow>

ตาแรกสุดให้คนที่นั่งข้างซ้ายของ Declarer หรือ Left-hand Defender เป็นคนนำไพ่ โดยวางไพ่ลงบนโต๊ะ

จากนั้น คนที่เป็น Dummy จะหงายไพ่ทั้งมือลงบนโต๊ะ และเรียงให้สวยงามเพื่อให้ Declarer เล่นไพ่ได้สะดวก
นัีบจากตอนนี้จนจบเกม Declarer จะเล่นไพ่ในมือของ Dummy แทนทั้งหมดทั้ง 13 รอบ

ช่วงนี้ Dummy จะมีหน้าที่แค่หยิบไพ่ตาม Declarer สั่ง และไม่มีสิทธิ์หรือแนะนำใครก็ตามทั้งนั้น
จังหวะนี้ Dummy มักจะลุกจากโต๊ะไปเข้าห้องน้ำ หรือไปทำธุระชั่วคราวตามสะดวก แต่ส่วนมากมักจะนั่งรอจนจบเกม

จากการนำไพ่ครั้งแรก (First Lead) ของ Left hand opponent ให้ผู้เล่นทุกคนตามไพ่ดอกเดียวกับที่ Lead มา ดังนั้นไพ่ทั้ง 4 ใบ จะมีดอกๆเดียวกัน
การเล่นไพ่รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่นิยมโดยทั่วๆไป เรียกว่า Lead and Follow

โดยไพ่ยศที่เล็กไปใหญ่ก็คือ 2(deuce), 3, 4, 5, ..., J(Jack or Knave), Q, K และ A (Ace) ตามลำดับ

ในกรณีที่ไม่มีไพ่ตาม (No card to follow) ผู้เล่นคนนั้นจะสามารถลงไพ่อะไรก็ได้ แต่ถือว่าเล็กที่สุดโดยไม่สนใจเลขบนหน้าไพ่จะเป็นอะไรก็ตาม

ยกเว้น ไพ่ใบนั้นจะเป็นทรัมพ์ Trump ซึ่งไพ่ดอกใดเป็นทรัมพ์ จะถูกกำหนดตั้งแต่การประมูล โดยไพ่ที่เป็นทรัมพ์จะถือว่าใหญ่ที่สุด เรียงตามตัวเลขด้านบน

การเล่นจะมี 13 รอบ(กอง) ผู้เล่นทิศไหนที่ได้กองก่อนหน้า จะเป็นผู้นำไพ่ในกองต่อไป ถ้าขา Dummy ได้กิน ขา Dummy ก็ต้องเป็นขานำไพ่ ระวังอย่ามั่วเด็ดขาด!

////////////////////////

<Tricks>

ในหนึ่งรอบจะมี ไพ่ 4 ใบ เทียบค่าไพ่ ใครสูงสุดคนๆนั้นจะถือว่า ได้ 1 กองกิน(ตองกิน หรือ Trick) โดยกองกินที่เกิดขึ้นจะนับรวมกับของคู่ขา นั่นคือเรากับคนที่นั่งตรงข้ามรวมกันนั่นเอง

คู่ที่ได้กองกิน จะวางไพ่คว่ำในแนวตั้งหน้าตัว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่ากองนั้นได้กิน ส่วนคู่ที่เสียก็วางตะแคงแทน ดังนั้นไพ่แต่ละกองที่เล่นแล้วจะถูกวางในแนวเดียวกันเสมอ ทำเช่นนี้จนเล่นครบ 13 รอบ หรือ 13 กอง (ดูตัวอย่างรูปด้านล่าง)

ข้อสำคัญคือ ไพ่ที่เล่นไปแล้วจะไม่สามารถกลับมาดูได้อี

รูปด้านล่าง เป็นตัวอย่้างของโต๊ะบริดจ์ 1 โต๊ะ สังเกตุการเล่นจะเห็นว่า ผู้เล่นหญิงที่มีชายนั่งดูอยู่ และผู้เล่นหญิงเสื้อสีน้ำเงินบริเวณล่างซ้ายของภาพ กินหมดทุกกองจนถึงเดี๋ยวนี้ (กินไป 6 กอง เหลืออีก 7 กองที่ยังต้องเล่น) และผู้เล่นมุมล่างขวาก็คือ Dummy


////////////////////////

<Result>

เมื่อเล่นไพ่จนหมดมือ ก็ให้นับไพ่ที่คว่ำอยู่ด้านหน้าว่าตั้งและนอนกี่กอง แล้วสรุปผลว่าทำได้ตามสัญญาหรือไม่ ซึ่งคะแนนจะมีสูตรเอาไว้คิดว่า ประมูลสัญญาเท่านี้ทำได้เท่านี้จะได้กี่คะแนน
ถ้าไม่ต้องการคำนวณ ในการแข่งขันหนึ่งๆมักมีตารางคะแนนเอาไว้ให้ดูเสมอ

ไพ่ที่เล่นแล้วทำสำเร็จ จะเรียกว่า Made หรือ Making ถ้าล้มเหลวจะเรียกว่า Down

กองกินที่เกินกว่าที่สัญญาจะเรียกว่า Overtrick ส่วนที่ขาดไปจะเรียกว่า Undertrick

การเรียกไพ่ล้มเหลวจะเรียกตามจำนวนกองกินที่ขาดไป
เช่นไพ่ 3NT ผล 2down (2d) หมายถึง ประมูลไพ่ว่าจะกิน 9 กองโดยไม่มีทรัมพ์ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดคือกินขาดไป 2 กอง หรือกินได้แค่ 7 กอง

สำหรับไพ่ที่ทำสำเร็จจะเรียกตามระดับที่ทำได้
เช่นไพ่ 2H ผล 4made (4m) หมายถึง ประมูลไพ่ว่าจะกิน 8 กองโดยให้โพธิ์แดงเป็นทรัมพ์ แต่ผลลัพธ์คือกินเกินจนสามารถประมูลที่ระดับ 4 ได้ หรือกินได้ถึง 10 กอง

4. การคิดคะแนนทั่วไป

การคิดคะแนนจะมีจัดความสำคัญของดอกไพ่ และโนทรัมพ์

โดยจะเรียก ดอกจิก และ ข้าวหลามตัด ว่า ไมเนอร์ (Minor)
และเรียก โพธิ์แดง และ โพธิ์ดำ ว่า เมเจอร์ (Major)

โดยความสำคัญของสัญญาที่ประมูล และการเป็นไมเนอร์, เมเจอร์ และโนทรัมพ์ มีผลต่อการคิดคะแนนหากสามารถทำสัญญาได้สำเร็จ

(4.1) การคิดคะแนนเมื่อสัญญาสำเร็จ - Made the contract

จากที่ได้กล่าวไปแล้ว เกี่ยวกับ การทำสัญญาสำเร็จ เช่น 3NT -  3Made หรือ กินได้ 9 กอง โดยสัญญาว่าจะกิน 9 กองโดยไม่มีทรัพย์ เป็นต้น
การที่ทำสัญญาสำเร็จ แสดงว่า คู่ของผู้เล่น (Declarer) จะได้คะแนนส่วนนี้ไป

คะแนนจากกองกิน - Tricks

การคิดคะแนนจะคิดเป็น made หรือคิดคะแนนตั้งแต่กองที่ 7 ที่กินได้ หากทำสัญญาสำเร็จ
และคะแนนจะต่างกันตามศักดิ์ของดอกไพ่ ได้แก่

Minor (จิก-เหลี่ยม) ทำได้ made ละ 20 คะแนน

Major (ดำ-แดง) ทำได้ made ละ 30 คะแนน

No trump  ทำได้ made แรก 40 คะแนน  made ต่อไป made ละ 30 คะแนน


คะแนนโบนัส - Bonus

การทำสัญญาสำเร็จจะมีโบนัสเสมอ ซึ่งโบนัสจะมากน้อยขึ้นอยู่กับระดับของการประมูล หากประมูลสูงถึงจุดๆหนึ่งก็จะได้โบนัสที่มากขึ้นเป็นทวี
โดยคะแนนโบนัสจะมีชื่อเรียกดังนี้

Pass Score  ---  เป็นโบนัสระดับต่ำสุด ซึ่งจะได้ 50 คะแนน เมื่อทำสัญญาสำเร็จ

GAME --- โบนัสระดับนี้จะได้เมื่อ ประมูลสัญญาที่มีขั้นต่ำที่จะได้คะแนนจากกองกิน(คะแนนแบบแรก) รวมกันได้ครบ 100 คะแนนขึ้นไป โดยจะได้

300 คะแนน เมื่อ สำหรับการเล่นแบบ ไม่มี vulnerable
และ
500 คะแนน เมื่อ สำหรับการเล่นแบบ มี vulnerable


ดังนั้นการประมูลสัญญาระดับ minor จะต้องประมูลตั้งแต่ระดับ 5 ขึ้นไป
Major จะต้องประมูลตั้งแต่ระดับ 4 ขึ้นไป
และ No Trump จะต้องประมูลตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป

*******************************
(Vulnerable) แปลว่า ภัย
เป็นการกำหนดการเล่นบริดจ์ในแต่ละเกมว่า จะมีความเสี่ยงมากน้อยอย่างไร โดยการกำหนด Vulnerable จะมีการกำหนดแบบมีแบบแผน ซึ่งจะกล่าวช่วงต่อไป
หากมี Vulnerable แล้วทำสัญญาได้ถึงระดับ GAME ก็จะได้โบนัสมาก แต่ถ้าพลาดก็จะเสียมากเช่นกัน
ซึ่งในโต๊ะๆหนึ่งการกำหนด Vulnerable จะกำหนดว่าคู่ใดจะมีหรือไม่ โดยอาจจะไม่มีทั้ง 2 ฝ่าย มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือมีทั้งคู่ก็ได้ ซึ่งจะมีกติกากำหนดเอาไว้
*******************************

SLAM --- โบนัสระดับนี้ จะได้เมื่อประมูลสัญญาตั้งแต่ระดับ 6 ขึ้นไป โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

--- Small Slam >> การประมูลสัญญาที่ระดับ6 หรือ จะกินอย่างน้อย 12 กอง จาก 13 กอง โบนัสที่ได้คือ

เพิ่มอีก 500 คะแนนจากโบนัสระดับ GAME รวมเป็น 800 คะแนน สำหรับการเล่นแบบ ไม่มี vulnerable
และ
เพิ่มอีก 750 คะแนนจากโบนัสระดับ GAME รวมเป็น 1250 คะแนน สำหรับการเล่นแบบ มี vulnerable


--- GRAND SLAM >> การประมูลสัญญาที่ระดับ7 หรือ จะกินทั้ง 13 กอง จาก 13 กอง โบนัสที่ได้คือ

เพิ่มอีก 500 คะแนนจากโบนัสระดับ Small Slam รวมเป็น 1300 คะแนน สำหรับการเล่นแบบ ไม่มี vulnerable
และ
เพิ่มอีก 750 คะแนนจากโบนัสระดับ Small Slam รวมเป็น 2000 คะแนน สำหรับการเล่นแบบ มี vulnerable


สรุประดับของสัญญาที่ผลต่อคะแนนโบนัส

1C  1D  1H  1S  1NT
2C  2D  2H  2S  2NT
3C  3D  3H  3S  3NT
4C  4D  4H  4S  4NT
5C  5D  5H  5S  5NT
6C  6D  6H  6S  6NT
7C  7D  7H  7S  7NT

สีดำ = Pass Score
สีน้ำเงิน = GAME
สีส้ม = Small Slam
สีแดง = GRAND SLAM

ในกรณีที่สามารถทำสัญญาสำเร็จ โดยที่มี Double หรือ Redouble เพิ่มเข้ามาด้วย ก็จะได้เพิ่ม โดยแต่ละส่วนของคะแนน จะเพิ่มไม่เท่ากัน โดยมีสูตรการคำนวณตายตัว แต่จะขอไม่อธิบายในที่นี้
คะแนนที่แถมจากสัญญาที่มี Double และ Redouble ด้วย สามารถดูได้จากตารางที่สแกนมาด้านล่าง

ตัวอย่างการคิดคะแนน

ตัวอย่างสัญญา 3S - 5 made (ประมูลว่า จะกิน 9 กอง โดยใช้โพธิ์ดำเป็นทรัมพ์ และผลคือกินได้ 11 กอง)

กองกิน 5 made ---> 5 x 30 = 150
โบนัส (Pass Score) -------->    50
รวม                                       200

//

สัญญา 5D - 5 made (ประมูลว่า จะกิน 11 กอง โดยใช้ข้าวหลามตัดเป็นทรัมพ์ และผลคือกินได้ 11 กอง)
สมมติว่าไม่มี Vulnerable

กองกิน 5 made ---> 5 x 20 = 100
โบนัส (GAME) --------------->  300
รวม                                       400

//

สัญญา 6NT - 7 made (ประมูลว่า จะกิน 12 กอง โดยไม่มีทรัมพ์ และผลคือกินได้ 13 กอง)
สมมติว่ามี Vulnerable

กองกิน 7 made ---> 40 + (6 x 30) = 220
โบนัส (Small Slam) -------------->    1250
รวม                                                1470


(4.2) การคิดคะแนนเมื่อสัญญาล้มเหลว - DOWN

สัญญาล้มเหลว คือกินได้น้อยกว่าที่สัญญา เช่น 3NT -  3Down หรือ กินได้แค่ 6 กอง ทั้งๆที่สัญญาว่าจะกิน 9 กองโดยไม่มีทรัมพ์ เป็นต้น
การที่ทำสัญญาล้มเหลว แสดงว่า ฝ่ายป้องกันหรือ Defender จะได้คะแนนส่วนนี้ไป

การคิดคะแนนจะง่ายกว่าแบบแรกมาก

ถ้าไม่มี Vulnerable

ฝ่าย Defender จะได้ Down ละ 50 คะแนน

หากมี Double แถมมาด้วย Down แรกจะได้ 100 คะแนน Down ถัดมาได้ Down ละ 200 คะแนน
ดูเป็นลำดับ จะได้ 100, 300 , 500, ......

หากมี Redouble แถมมาด้วยคะแนนที่ได้จะเป็น 2 เท่าของแบบ Double ทันที
ดูเป็นลำดับ จะได้ 200, 600 , 1000, ......

ถ้ามี Vulnerable

ฝ่าย Defender จะได้ Down ละ 100 คะแนน

หากมี Double แถมมาด้วย Down แรกจะได้ 200 คะแนน Down ถัดมาได้ Down ละ 300 คะแนน
ดูเป็นลำดับ จะได้ 200, 500 , 800, ......

หากมี Redouble แถมมาด้วยคะแนนที่ได้จะเป็น 2 เท่าของแบบ Double ทันทีเช่นกัน
ดูเป็นลำดับ จะได้ 400, 1000 , 1600, ......

***VULNERABLE จะดูว่ามีหรือไม่ จะดูในฝั่งของ Declarer เท่านั้น หรือก็คือฝั่งหรือคู่ของคนที่ชนะประมูล ดังนั้นถ้าชนะประมูลโดยมี Vulnerable ถ้าได้ก็จะได้มาก ถ้าเสียก็จะเสียมากเช่นกัน (ยกเว้น การประมูลในระดับ Pass Score หากประมูลและทำได้ตามสัญญา คะแนนที่ได้จะไม่ต่างกัน)


ตารางดูคะแนน

ส่วนมากเวลาเล่นบริดจ์ ผู้เล่นมักจะเปิดตารางเพื่อความสะดวกเวลาเล่นบริดจ์ ตัวอย่างตารางคะแนนบริดจ์ที่ใช้กันจริงตามที่ได้สแกนมา ดังนี้



ตัวอย่างการดูตาราง

ตัวอย่างสัญญา 3H - 4 made (ประมูลว่า จะกิน 9 กอง โดยใช้โพธิ์แดงเป็นทรัมพ์ และผลคือกินได้ 10 กอง)
สมมติว่าไม่มี Vulnerable

จากตาราง ให้ดูส่วน 3โพธิ์แดง และ 3โพธิ์ดำ ในส่วนของ Not Vulnerable - Undbld(Undoubled)
3H - 4made ----> 130 คะแนน

//

ตัวอย่างสัญญา 3CX - 6 made (ประมูลว่า จะกิน 9 กอง โดยใช้ดอกจิกเป็นทรัมพ์ มีดับเบิ้ล และผลคือกินได้ 12 กอง)
สมมติว่ามี Vulnerable

จากตาราง ให้ดูส่วน 3ดอกจิก และ 3ข้าวหลามตัด ในส่วนของ Vulnerable - dbld(doubled)
3CX - 6made ----> 1270 คะแนน

//

ตัวอย่างสัญญา 1NTXX - 5 down (ประมูลว่า จะกิน 7 กอง โดยไม่มีทรัมพ์ และผลคือกินได้แค่ 2 กอง)
สมมติว่าไม่มี Vulnerable

จากตาราง ให้ดูส่วน Defeat ในส่วนของ Not Vulnerable - dbld(doubled)
1NTXX - 5 down ----> 1100 คะแนน


5. การแข่งขันและการคิดคะแนนในแต่ละแบบการแข่งขัน

(5.1) Rubber Bridge

หรือเรียกสั้นๆว่า Rubber
การเล่นบริดจ์ประเภทนี้ใช้ดวงค่อนข้างมาก และมีจุดประสงค์หลักเพื่อการพนัน
การแข่งขันบริดจ์ประเภทนี้ต้องการผู้เล่นแค่โต๊ะเดียวเท่านั้น (4 คน) นั่นคือการเล่นเพื่อได้เสียในเงินเดิมพัน
ในตำราบริดจ์จากเมืองนอกหลายเล่มมักจะสอนการแข่งบริดจ์ประเภทนี้ก่อน เพราะการคิดคะแนนแบบ Rubber Bridge เป็นพื้นฐานของการเล่นแบบอื่นๆเพราะเน้นการใช้สูตรแทนที่การดูตาราง หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือไม่สามารถใช้ตารางคะแนนเพื่อดูคะแนนได้

การเล่นแบบนี้พบมากในเวปไซท์เกมออนไลน์แบบเกมเล็กๆหลายเกม เช่น www.pogo.com ที่มีบริดจ์ Online เป็นของแถมให้เล่น แต่ผู้ที่เล่นบริดจ์จริงจังมักไม่เล่นบริดจ์ประเภทนี้ในรูปแบบออนไลน์

เนื่องจากการเล่นประเภทนี้เป็นรูปแบบของการพนันจึงขอไม่กล่าวในรายละเอียด


**************************************************
การแข่งขันนอกเหนือแบบ Rubber ที่ได้กล่าวไป จะใช้อุปกรณ์สำคัญ สำหรับบันทึกรูปไพ่หรืออุปกรณ์ที่สามารถบันทึกไพ่ที่แจกได้ นั่นก็คือ บอร์ดไพ่ (Duplicate Board) ดังรูปด้านล่าง


หลักการของบอร์ดไพ่ คือ ผู้ที่นั่งทั้งสี่ด้านของโต๊ะบริดจ์ จะถูกกำหนดด้วยทิศอันได้แก่ เหนือ - ตะวันออก - ใต้ - ตะวันตก (North - East - South - West) (การกำหนดทิศจะสมมติขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องใช้เข็มทิศ) เมื่อบอร์ดไพ่ที่มีไพ่ช่องละ 13 ใบ ได้วางไว้บนโต๊ะให้แต่ละคนหยิบไพ่ในทิศของตนขึ้นมาเล่น เมื่อเล่นเสร็จ ไพ่ของแต่ละคนที่เล่นเสร็จแล้วจะถูกวางด้านหน้าของตนคนละ 13 ใบ ให้รวบไพ่เหล่านั้นเสียบไปยังช่องเดิม แล้วส่งบอร์ดไพ่ที่มีไพ่ไปยังโต๊ะอีก เพื่อที่ผู้เล่นที่นั่งในโต๊ะอื่นจะได้เล่นไพ่ที่เหมือนกับเราทุกประการ

ไพ่ที่เล่นในบอร์ดไพ่หนึ่งๆ จะมีหน่วยเรียกว่าบอร์ด เช่นเล่นไพ่ 3 บอร์ด ก็คือ เล่นไพ่ไป 3 สำรับเป็นต้น

รายละเอียดของบอร์ดไพ่ จะระบุหมายเลขของบอร์ดว่าเป็นหมายเลขอะไร เพื่อเป็นรหัสของบอร์ดในการเทียบคะแนน นอกจากนั้นยังจะระบุว่าใครเป็น Dealer หรือคนที่ทำการประมูลเป็นคนแรก และกำหนดว่าทิศคู่ไหนบ้างมี Vulnerable หรือ ไม่มี Vulnerable

ตัวอย่างรูปบอร์ดไพ่ด้านบน บอร์ดหมายเลข 13 มี North เป็น Dealer และมี Vulnerable ทั้ง 2 ด้าน คือ มี Vulnerable ทั้งด้าน N-S และ E-W ซึ่งจะเรียกสั้นๆว่า Vul.คู่ (กรณีไม่ทั้งคู่มักเรียกว่า Vul.เปล่า)
**************************************************

(5.2)Team of Four

การแข่งแบบ Team of Four หรือที่มักเรียกสั้นๆว่า ทีมโฟร์ การแข่งขันแบบนี้จะเล่นกันเป็นทีม ทีมละ 4 คน ไม่ใช่แค่เพียง 2 คนซึ่งจะเป็น partner กันเท่านั้น

การแข่งแบบนี้ ต้องมีอย่างน้อย 2 ทีม ดังนั้นรวมผู้เล่นที่เล่นคือ 8 คน

สมมติว่าโต๊ะที่เล่นมี 2 โต๊ะคือ โต๊ะ A และ B และมี 2 ทีม คือ ทีม ก. และ ทีม ข.

ให้ผู้เล่น ทีม ก. 2 คน นั่งจับคู่กันที่โต๊ะ A ในทิศ N-S และอีกคู่ให้นั่งโต๊ะ B ในทิศ E-W
ส่วน ทีม ข. ให้ 2 คน นั่งจับคู่กันที่โต๊ะ A ในทิศ E-W และอีกคู่ให้นั่งโต๊ะ B ในทิศ N-S

การแข่งขันประเภทนี้มักมีการกำหนดจำนวนบอร์ดที่เล่นว่าจะเล่นรอบละกี่บอร์ด (การเล่น 1 รอบ หมายถึง 1 Match เพื่อรู้ผลแพ้ชนะ) ส่วนมากมักเล่นที่ 8 บอร์ด แต่ถ้าเป็นการแข่งขันสำคัญมักเล่นกันมากกว่านั้น เช่น 16 บอร์ด 24 บอร์ด หรืออาจสูงถึง 128 บอร์ด

ถ้าเล่นกัน 8 บอร์ด มักจะใช้บอร์ดหมายเลข 1-8
โดยให้โต๊ะหนึ่งเล่นบอร์ด 1-4 และอีกโต๊ะเล่นบอร์ด 5-8 เมื่อเล่นเสร็จก็จะส่งบอร์ดไพ่ที่เล่นแล้วไปยังอีกโต๊ะ เพื่อให้แต่ละโต๊ะเล่นไพ่ครบทั้ง 8 บอร์ด

เมื่อเล่นเสร็จให้เอาคะแนนแต่ละบอร์ดมา่เทียบกัน ซึ่งเป็นการเทียบกันที่ยุติธรรม สมมติ ถ้าเรานั่งทิศเหนือ พอเล่นบอร์ดหมายเลขหนึ่งเสร็จ ปรปักษ์ของเราที่อยู่อีกโต๊ะหนึ่งซึ่งนั่งทิศเหนือก็จะถือไพ่เหมือนกับเราทุกประการในบอร์ดหมายเลขหนึ่ง

การเทียบคะแนน

สมมติมีทีม A และ ทีม B

ตัวอย่าง

คะแนนจากบอร์ดหมายเลขหนึ่ง (ไม่มี Vul)
โต๊ะแรก N-S ทีม A ประมูลได้ 2S - 3made ได้ 140 คะแนน
โต๊ะสอง N-S ทีม B ประมูลได้ 2S - 2made ได้ 110 คะแนน
ดังนั้น บอร์ดหมายเลขหนึ่ง ทีม A ได้ 140-110 = 30 คะแนน

คะแนนจากบอร์ดหมายเลขสาม (Vul E-W ข้างเดียว)
โต๊ะแรก E-W ทีม B ประมูลได้ 3NT - 1down / N-S ทีม A ได้ 100 คะแนน
โต๊ะสอง E-W ทีม A ประมูลได้ 2NT - 2made ได้ 120 คะแนน
ดังนั้น บอร์ดหมายเลขสาม ทีม A ได้ 100+120 = 220 คะแนน

เมื่อได้คะแนนจากแต่ละบอร์ดแล้วต้องเปลี่ยนผลต่างของคะแนน ให้อยู่ในรูปแบบของ International Match Point (IMP หรือเรียกสั้นๆว่า อิมพ์)


จากตาราง และตัวอย่างด้านบน

บอร์ดหมายเลขหนึ่ง ทีม A ได้  ==>  1 IMP
บอร์ดหมายเลขสาม ทีม A ได้อีก  ==>  6 IMP

จากบอร์ดหนึ่งและบอร์ดสาม ทีม A ได้คะแนนำทีม B ไปแล้ว 7 IMP เป็นต้น

ผลการแข่งขันจะดูว่าผลรวม IMP ของทีมไหนสูงกว่าจะเป็นผู้ชนะ
สังเกตุอัตราก้าวของคะแนน IMP ทำให้การแข่งขันบริดจ์มีความสมดุลเป็นอย่างยิ่ง


(5.3) Duplicate Pair

การแข่งขันประเภทนี้จะเข้าแข่งขันเป็นคู่
และควรมีผู้เล่นตั้งแต่ 4 โต๊ะขึ้นไป คือ 16 คน

หลักการแข่งขัน คือ โต๊ะทุกตัวจะมีการกำหนดรหัส และจะมีการซอยการแข่งในแต่ละ Round แต่ละ Round จะถูกกำหนดจำนวนบอร์ดที่จะเล่น เช่น 2 บอร์ด / 3บอร์ด / 6บอร์ด เป็นต้น จำนวนรอบทั้งหมดจะถูกกำหนดตามความเหมาะสมเช่น 6 รอบ, 10 รอบ, 12รอบ เป็นต้น เมื่อแต่ละรอบจบลง จะกำหนด Movement ที่ตายตัว เพื่อให้เดินย้ายโต๊ะในทุกๆรอบ เช่น ที่โต๊ะ3 ให้ผู้เล่นคู่ที่นั่ง N-S โต๊ะ3 ย้ายไปนั่ง E-W โต๊ะ5 และ ผู้เล่นคู่ที่นั่ง E-W โต๊ะ3 ย้ายไปนั่ง E-W โต๊ะ2 เป็นต้น ส่วนตำแหน่ง N-S และ E-W ของโต๊ะ3 จะมีคู่อื่นเข้ามานั่งแทนที่ เป็นเช่นนี้ จนจบการแข่งขัน ผู้จัดการแข่งขันจะเป็นผู้รู้ว่าสูตรในการจัดการแข่งขันเพื่อให้ทุกคนได้เจอกันหมดเป็นอย่างไร และบอร์ดไพ่ที่ย้ายไปมาในแต่ละโต๊ะระหว่างรอบเป็นอย่างไรที่ทำให้ผู้เล่นทุกคู่สามารถเล่นได้ครบทุกบอร์ด (หรือใกล้เคียง)

ระหว่างการแข่งขัน บอร์ดไพ่แต่ละบอร์ดจะมีกระดาษบันทึกผลการเล่นเอาไว้
เมื่อจบการแข่งขัน ก็จะนำผลการแข่งขันมาประมวล โดยคู่ที่ทำผลงานดีที่สุดในแต่ละบอร์ดจะได้คะแนนสูงสุด ส่วนคู่ที่ได้แย่ที่สุดจะได้ 0 คะแนนในบอร์ดนั้นๆ แล้วนำคะแนนของแต่ละคู่ในแต่ละบอร์ดมารวมกัน ใครได้คะแนนสูงสุดจะเป็นผู้ชนะในการแข่งขัน

คะแนนสูงสุดในแต่ละบอร์ด ดูที่จำนวนคู่ที่เข้าแข่ง ถ้ามีมากคะแนนก็จะมาก เช่น เข้าแข่งขัน 20 คู่ แสดงจะได้เล่นราวๆ 10 ครั้งต่อ 1 บอร์ด คะแนนสูงสุดจะอยู่ที่ 10 คะแนน เป็นต้น (อาจจะไม่ตรงตามตำรา เป็นเพียงยกตัวอย่างคอนเซปท์เท่านั้น)


(5.4) IMP pair

การแข่งแบบ IMP Pair (ไอเอ็มพี แพร์ หรือ เรียกง่ายๆว่า อิมพ์แพร์) เหมือนการแข่งแบบ Duplicate ต่างแค่การคิดคะแนน
โดยการแข่งขันประเภทนี้จะใช้ระบบการคิดคะแนน IMP โดยเอาผลการแข่งในแต่ละบอร์ดมาคิด หาค่าเฉลี่ยของคะแนน แล้วเอาผลต่างของคู่นั้นๆที่แข่งในบอร์ดนั้นมาหักกับค่าเฉลี่ยนั้น

ดังนั้นคะแนนของคนที่ทำผลงานได้ดีจะเป็น บวก แต่คนที่ทำได้แย่จะเป็น ลบ
ทำให้การแข่งขันมีความสมดุลมากขึ้นแต่ก็เครียดยิ่งขึ้นเช่นกัน


(5.5) Individual

ระบบการแข่งขันแทบจะเหมือนกับ Duplicate ต่างกันตรงที่ ผู้เข้าแข่งขันจะเข้าแข่งแบบเดี่ยว แล้วการย้ายที่นั่งแทนที่จะไปกันเป็นคู่ แต่การแข่งแบบนี้จะจับคู่กันมั่ว แต่คะแนนที่ได้ จะได้หรือเสียร่วมกับคู่ที่เพิ่งมานั่งจับคู่กัน

การแข่งขันประเภทนี้ ถ้าเป็นการแข่งสำคัญ จะกำหนดวิธีการสื่อสารด้วยการประมูลแบบเดียวกันทั้งการแข่งขัน
สำหรับการสื่อสารด้วยการประมูลหรือระบบการประมูลจะกล่าวในหัวข้อถัดไป


6. การเล่นบริดจ์ขั้นสูงเพื่อการแข่งขัน

การแข่งขันบริดจ์ หากไม่มีเครื่องมือทางความคิดที่ช่วยในการเล่นก็ยากที่จะรู้ว่าการประมูลหรือการเล่นไพ่แบบใด จะนำสู่ชัยชนะอย่างแม่นยำ เว้นแต่จะใช้ดวง โดยเฉพาะการประมูลที่ผู้เล่นทั้ง 4 ที่นั่งร่วมโต๊ะถือไพ่ปิดเป็นความลับทั้ง 4 คน ทั้งๆที่ต้องการรู้ไพ่อีก 3 คนว่าถืออะไร แต่ทำไม่ได้เพราะผิดกติกา ดังนั้นจึงมีการคิดค้นวิธีการเล่นที่ได้ผลที่สุด

ในที่นี่จะขอกล่าวเพียง
(6.1) ระบบการประมูล
(6.2) เทคนิคการเล่น
(6.3) เทคนิคการป้องกัน
(6.4) กฎ-กติกา-มารยาทโดยสังเขป

(6.1) ระบบการประมูล หรือ Bidding System

ในการประมูลไพ่ที่ทุกคนถือไพ่ไม่ให้เห็นซึ่งกันและกัน จึงมีการคิดค้นวิธีการสื่อสารให้อีกฝ่ายโดยเฉพาะคนที่เป็น partner กับเราได้ทราบว่าคุณของไพ่ที่เราถืออยู่มีประมาณเท่าใด

จึงมีการคิดค้นหลักการประเมินคุณค่าของไพ่ทั้ง 13 ใบ ที่ถืออยู่ในมือ โดยที่ใช้เป็นพื้นฐานจนถึงปัจจุบัน ได้แก่
<6.1.1> การนับกองกิน (Winner Count)
<6.1.2> การนับกองเสีย (Loser Count)
<6.1.3> การนับไพ่แต้มสูง (High Card Point)

การนับกองกิน
เมื่อถือไพ่ 13 ใบให้ดูการเล่นที่จะเกิดจากไพ่ 13 ใบนี้ว่าจะได้กินกี่กอง เช่น ถือไพ่ 13 ใบ มี A และ K ดอกเดียวกัน ที่เหลือก็คือตั้งแต่ 10 ลงไป อย่างนี้ถือได้กิน 2 ใน 13 กอง เป็นต้น
การนับกองกินนิยมนับกันเมื่อไพ่ของเรามีชุดเดียวกันยาวๆ เช่น มี AKQ ในดอกเดียวกับ 7 ใบ ก็สามารถอนุมานได้ว่าราได้กิน 7 กอง

การนับกองเสีย
คิดกลับกับกองกิน แต่มีหลักการคิดและนับที่สูงขึ้น คือ
- ในแต่ละดอก ไพ่ 3 ตัวแรกที่ไม่ใช่ A K และั Q ถือเป็นกองเสีย นอกนั้นจะนับเป็นกองกิน
- กรณีที่เราถือดอกใดดอกหนึ่งเป็น K ใบเดียว หรือถือ Q กับใบอื่นที่ยศต่ำกว่าอีก 1 ใบ (จะขอเรียกว่าถือ Qx) เราถือว่าเป็นกองเสียทั้งหมด
- กองกินของเราและพาร์ทเนอร์ ก็คือเอา 24 หักออกด้วยกองเสียของเราทั้งคู่ เช่น เรามีกองเสีย 7 กอง พาร์ทเนอร์ของเรามีกองเสียอีก 7 กอง รวมมีกองเสีย 14 กอง ดังนั้น กองกินของเรามี 24 - 7 - 7 = 10 กอง หมายความว่าเราสามารถประมูลไพ่ถึงระดับ 4

การนับไพ่แต้มสูง - High Card Point (HCP)
ถือเป็นระบบที่นิยมเล่นกันมากในปัจจุบัน และเป็นระบบที่นักเล่นหน้าใหม่จำต้องเรียนรู้เพื่อจะได้เล่นรู้เรื่องกับคนในวงการ โดยนับแต้มสูงในมือได้ดังนี้
A 1 ตัว มีค่า 4 แต้ม
K 1 ตัว มีค่า 3 แต้ม
Q 1 ตัว มีค่า 2 แต้ม
J 1 ตัว มีค่า 1 แต้ม

นำแต้มทั้งหมดมารวมกัน ก็จะได้แต้มทั้งหมดที่มี
เช่น ถือโพธิ์ดำ A K 5 2 - โพธิ์แดง Q 10 8 - ข้ามหลามตัด J 10 9 8 7 6 - ดอกจิก A
รวมแต้มคือ (4) + (3) + (2) + (1) + (4) = 14 hcp

จากการวิจัยและวิเคราะห์เป็นเวลานาน ระบบสามารถประมาณสัญญาที่จะประมูลว่าควรจะสูงสุดที่เท่าไหร่โดยมีโอกาสล้มเหลวต่ำ
โดยแต้ม(hcp)ในมือของเราและพาร์ทเนอร์รวมกัน ซึ่งประมาณได้ดังนี้

หากเราและพาร์ทเนอร์มีแต้มรวมกัน
22-23 hcp ---> มีโอกาสสูงที่จะประมูลไพ่ระดับ 3 แล้ว made ได้
24-26 hcp ---> มีโอกาสสูงที่จะประมูลไพ่ระดับ 4 แล้ว made ได้
27-32 hcp ---> มีโอกาสสูงที่จะประมูลไพ่ระดับ 5 แล้ว made ได้
33-36 hcp ---> มีโอกาสสูงที่จะประมูลไพ่ระดับ 6 แล้ว made ได้
37++ hcp ---> มีโอกาสสูงที่จะประมูลไพ่ระดับ 7 แล้ว made ได้
ใน 3 กรณีแรก NT ควร +2 คะแนนเข้าไปด้วย เพราะไม่มี Trump คอยช่วยสร้างกองกิน

จากการที่มีการประเมินคุณค่าไพ่ในมือหลังได้รับไพ่ 13 ใบ นักบริดจ์จึงได้คิดค้นเทคนิคที่จะใช้เครื่องมือการนับแต้มนี้ เพื่อการสื่อสารขณะทำการประมูลโดยไม่ผิดกฎกติกา นั่นคือการสื่อสารกับพาร์ทเนอร์ด้วยการประมูล โดยการสื่อสารนั้นจะคิดขึ้นมาเป็นระบบทั้งระบบ และสามารถติดต่อสื่อสารข้อมูลกับพาร์ทเนอร์ผ่านการประมูลในแต่ละครั้ง (แน่นอนว่าไม่ต้องอาศัยการพูดคุยใดๆเลย และแน่นอนว่าการพูดคุยเพื่อบอกไพ่ในมือนั้น ผิดกติกา) ข้อมูลที่ได้ค่อยๆจำกัดแคบลง เพื่อที่จะทำให้ผู้เล่นที่เป็นพาร์ทเนอร์กันทั้งสองรู้ว่า ทั้งคู่มีไพ่ที่มีคุณค่ามากน้อยเพียงไร และควรจะเล่นไพ่ในสัญญาระดับไหนจึงจะได้คะแนน(ที่คิดตอนสุดท้ายหลังเล่น)คุ้มค่ากับ กับไพ่ที่ได้รับในมือในแต่ละครั้ง

ซึ่งสิ่งที่ค้นพบและนิยมใช้เป็นวงกว้าง นั่นก็คือ
BIDDING SYSTEM
ซึ่งนักบริดจ์ไทยจะเรียกสั้นๆว่า ระบบ

ในปัจจุบันระบบต่างๆได้ถูกคิดค้นขึ้น มีทั้งแบบที่นิยมเล่นกันแพร่หลายโดยทั่วไปทั่วโลก หรือคิดขึ้นมาเฉพาะกิจ รวมแล้วมีมากมายนับไม่ถ้วน

แต่ในเมืองไทย ระบบที่ผู้เล่นหน้าใหม่นิยมเล่นกัน 2 ระบบ ระบบแรกนักบริดจ์ไทยมักจะเรียกว่า Natural หรือชื่ออย่างเป็นทางการ SAYC (เอสเอวายซี หรือ เซย์ซี) ซึ่งย่อมาจาก Standard American Yellow Card System อีกระบบหนึ่งก็คือ 2/1 (อ่านว่า ทู โอเวอร์ วัน) เป็นระบบที่นิยมไม่แพ้กัน มีรูปแบบโดยรวมคล้ายกับ SAYC มาก

และในแต่ละระบบ หรือแม้แต่ SAYC และ 2/1 เอง ก็มีการคิดรายละเอียดปลีกย่อยต่างกัน บางทีก็ต่างกันแค่ไม่กี่อ็อปชั่นแต่บางครั้งก็อาจจะต่างกันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพาร์ทเนอร์แต่ละคู่ที่จะตกลงกันเอง หรือขึ้นกับกลุ่มหรือสถาบันที่ทำการสอนระบบต่างๆเหล่านั้น

ตัวอย่างการประมูลในระบบ SAYC อย่างหนึ่ง
สมมติว่าผู้เล่นทิศ E และ W ผ่านตลอด

N      S

1S   2D   -----> N: มี 12-21hcp 5ใบโพธิ์ดำ+   S: มี 10hcp+ 4ใบเหลี่ยม+

2H   3C   -----> N: มี 12-18hcp 5ใบโพธิ์ดำ+ 4ใบโพธิ์แดง+
                        S: มี 12 hcp+ สั่ง N ห้ามผ่าน
3H   4D   -----> N: 5ใบโพธิ์ดำ+ 5ใบโพธิ์แดง+
                        S: มี 5 ใบเหลี่ยม+
4S   4NT  -----> N: (ไม่มีข้อมูลเพิ่ม)
                        S: ถาม A 4 ตัว และ K โพธิ์ดำ ว่าทั้ง 5 ตัวนี้ถืออยู่กี่ตัว
5C   5D   -----> N: ตอบ มี 0 หรือ 3 ตัว    S: ถาม มี Q โพธิ์ดำมั้ย

5S   5NT  -----> N: ตอบ มี    S: ถาม K 3 ตัวที่เหลือ

6D   6H   -----> N: ตอบ มีตัวเดียว
                        S: ถาม ชุดโพธิ์แดงดูดีมั้ย (ประมาณว่า A / K / Q)
7S   -all pass-   -----> N: ตอบ สวย! มีของดีในชุดโพธิ์แดง


(6.2) เทคนิคการเล่น

เทคนิคการเล่นนี้ ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะของ Declarer (Dummy นั้นนั่งเฉยๆอยู่แล้ว) แต่เทคนิคการเล่นก็ไม่ได้ง่ายกว่าการประมูลเลย และอาจจะยากกว่าด้วยซ้ำ นักบริดจ์ได้ประมวลวิธีการเล่น และตั้งชื่อท่าเล่นต่างขณะเล่นไพ่ไว้มากมาย แต่ในที่นี้จะขอนำเสนอ ท่าเล่นพื้นฐานสำหรับหน้าใหม่เพียง 3 ท่า ได้แก่
<6.2.1> Establishing
<6.2.2> Ruffing (short hand)
<6.2.3> Finesse

<6.2.1> Establishing

การสร้างกองกินโดย ทำให้ชุดที่ยาวของเป็นชุดที่เกิดกองกินขึ้น เช่นในชุดดอกจิกถือ Q J 10 9 7 6
ถ้าไม่มีใครในวงเล่นดอกจิกเลย ดอกจิกทั้ง 6 ก็ไม่สามารถเป็นตัวกินได้
ในทางกลับ ถ้าเรา และ Dummy เล่นดอกจิกไปเรื่อยๆ จนกว่า A และ K ของปรปักษ์ออกมา อีก 4 ตัวที่เหลือในชุดดอกจิกก็เป็นตัวที่ใหญที่สุด

<6.2.2> Ruffing (short hand)

การกระทำที่มีใคร เอาทรัมพ์มาเล่นหลังจากไม่เหลือไพ่ดอกที่ lead มา เราจะเรียกการกระทำนี้ว่า Ruffing

การรัฟนี้ควรกระทำในขาไพ่ ที่ชุดทรัมพ์และไม่ใช่ชุดทรัมพ์ มีจำนวนน้อยกว่าอีกขาหนึ่ง เช่น

ที่ Dummy มี Trump 3 ตัว สมมติว่าเป็น xxx และมีโพธิ์แดง 2 ตัว คือ Ax (อื่นๆไม่ขอกล่าว)
ในมือคนเล่น(Declarer) มี Trump 5 ตัว สมมติว่าเป็น Axxxx และมีโพธิ์แดง 3 ตัว คือ Kxx (อื่นๆไม่ขอกล่าว)

การเล่นคือ เอา A โพธิ์แดงในกองแรก 1 รอบ แล้วตามด้วย K โพธิ์แดงอีก 1 รอบ (กิน 2 กองแล้ว) จากนั้นเล่นโพธิ์แดงเล็กของมือ Declarer แล้วเล่น ทรัมพ์ในมือ Dummy ถ้าเล่นเช่นนี้โพธิ์แดงสามใบในมือคนเล่นจะเป็นกองกินทั้งหมด (กินโพธิ์แดง 3 กอง) แต่ถ้าไม่เ่ล่น แล้วโดน defender เล่นทรัมพ์จน Dummy ไม่เหลือทรัมพ์ โพธิ์แดงตัวที่ 3 ในมือ declarer ย่อมโดนกินเป็นแน่แท้ (กินโพธิ์แดง 2 กอง)

<6.2.3> Finesse

นักบริดจ์ไทยอ่านว่า "ฟิเนส" การฟิเนสคือการวัดดวง และทดสอบความน่าจะเป็น และที่จะกล่าวต่อไปนี้คือ Single Finesse

ตัวอย่างเช่น มือ Dummy ถือ Kx
มือคนเล่นถือ xx (ตัวเลข 2 ใบ)
แล้วปรปักษ์ยังไม่ได้เล่น A และ Q ในชุดนั้น

ถ้าเราเล่น x หรือ K จากมือ Dummy ย่อมเสียให้ปรปักษ์แน่นอน 100%

การฟิเนส คือ การสมมติและหวังว่า A จะอยู่ซ้ายมือของเราซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ 50%

แล้วเล่น x จากมือ declarer วนตามเข็มไปยังมือ Dummy

ถ้า A อยู่ที่มือปรปักษ์ทางซ้ายของผู้เล่นจริงๆ ถ้าเขาลง A เราลง x พองวดหน้าเราเล่นดอกนี้ K จะเป็นตัวที่โตที่สุด
ถ้า A อยู่ที่มือปรปักษ์ทางซ้ายของผู้เล่นจริงๆ ถ้าเขาไม่ลง A เราลง K ปรปักษ์ทางขวาเล่นอะไรก็ตาม ก็ไม่สามารถกิน K ของเราได้

แต่ถ้า A อยู่ที่มือปรปักษ์ขวามือของเรา ไม่ว่าจะเล่นยัง K ก็ต้องเสียแก่ปรปักษ์อยู่แล้ว

แต่การเล่น x ไปหา K เพื่อหวังโอกาส 50% ที่จะเพิ่ม 1 กองกิน นั่นแหละคือการ Finesse
แต่การเล่นอย่างอื่นนอกจากนี้ โอกาสที่จะได้กองกินเพิ่มคือ 0%


(6.3) เทคนิคการป้องกันและการสื่อสารระหว่างการป้องกัน

นอกจากการตกลงกันระหว่างผู้เล่นที่เป็นพาร์ทเนอร์ว่าจะสื่อสารอย่างไรขณะประมูลแล้ว ในขณะ defend ไพ่ก็สำคัญ เพราะการเล่นไพ่บริดจ์ Declarerจะเห็นไพ่ตัวเอง(แหงอยู่แล้ว) และเห็นไพ่ Dummy ซึ่งจะทราบว่าไพ่ที่เหลืออีก 26 ใบ ย่อมอยู่กับปรปักษ์ทั้ง 2 ด้าน แต่ในขณะที่ฝ่ายป้องกัน(Defender) ก็จะเห็นไพ่ของตนและ Dummy เช่นกัน แต่ไม่รู้เลยว่าไพ่อีก 26 ใบที่เหลือ 13 ใบไหนที่พาร์ทเนอร์ที่นั่งตรงข้ามถือ และอีก 13 ใบที่ declarer ถือ

ดังนั้นการสื่อสารด้วยไพ่ขณะทำการป้องกันจึงช่วยค้นหาแนวทางให้คนทั้ง 2 ป้องกันไพ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (แน่นอนว่า เพียงลงไพ่ธรรมดาเท่านั้น ไม่ต้องแสดงท่าทางอื่น)

การสื่อสารขณะทำการป้องกันจะขอกล่าว 2 รูปแบบคือ
<6.3.1> สื่อสารขณะนำไพ่และนำไพ่ครั้งแรก
<6.3.2> สื่อสารขณะตามไพ่พาร์ทเนอร์/ปรปักษ์


<6.3.1> สื่อสารขณะนำไพ่และนำไพ่ครั้งแรก

ในขณะนำไพ่ก็จะมีการตกลงกันระหว่างพาร์ทเนอร์ว่าถ้านำไพ่ตัวเลขไหนแล้วจะแปลข้อมูลได้ว่าอย่างไร ถืออะไรได้บ้าง เช่น

- นำไพ่ครั้งแรกด้วย K อาจจะบอกว่ามี A ในมือของคนนำไพ่นั้น

- การนำไพ่ด้วยตัวเล็ก อาจจะบอกว่ามี K หรือ Q หรือ J เพียงตัวเดียว ซ่อนอยู่ในการนำไพ่ครั้งนั้น หรือบอกว่าไม่มีอะไรเลยแล้วบอกว่าถือไพ่ดอกนั้นอยู่กี่ใบ อาทิเช่น ตอนแรกนำไพ่ด้วย 5 จาก นั้นมีการเ่ล่น 2 การลงไพ่ตัวเลขใหญ่กว่าแล้วตามด้วยเล็กกว่าอาจจะบอกว่ามีไพ่จำนวนคู่ใบ

<6.3.2> สื่อสารขณะตามไพ่พาร์ทเนอร์/ปรปักษ์

ระหว่างตามไพ่อาจส่งสัญญาณให้พาร์ทเนอร์ผู้นำไพ่ทราบข้อมุลบางอย่าง เช่น

พาร์ทเนอร์นำไพ่เป็น A การตามไพ่ก็อาจจะตกลงว่า ถ้าลงตามไพ่ด้วยไพ่เลขใหญ่เช่น 10 บอกว่ามีความพิเศษในหน้าที่เขานำไพ่มา
หรือตามไพ่ด้วยตัวเลขตัวเล็กเช่น 3 บอกว่าไม่มีอะไรพิเศษในไพ่ดอกนั้น


(6.4) กฎ-กติกา-มารยาทโดยสังเขป

กฎกติการมารยาทก็เหมือนการแข่งขันกีฬาใช้สมองทั่วไป

- ผู้เล่นควรเล่นด้วยความสงบและควรสงบลงเมื่อผู้เล่นคนใดคนหนึ่งต้องการความเงียบและสมาธิ (ในกรณีที่รวมตัวเล่นกันเอาฮาอาจไม่จำเป็น)
- ผู้ชม ควรชมด้วยความสงบ ห้ามพูดคุยกับผู้เล่นขณะเล่นหรือทำการแข่งขันอยู่
- ผู้ชม สามารถชมการเล่นข้างโต๊ะได้ 1 คน จาก 4 คนที่เล่นอยู่เท่านั้น (ห้ามมองไพ่ในมือผู้เล่นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป)
- การส่งสัญญาณอื่นใดนอกจากการประมูลธรรมดาหรือลงไพ่แบบปกติ ถือว่าผิดกติกาและโกง อาจโดนโทษรุนแรง เชน การลงไพ่เบาๆแรงๆ ถือว่าผิดกติกา เพราะอาจส่งสัญญาณนอกเกมให้พาร์ทเนอร์ของผู้เล่นคนนั้นๆได้รู้ หรือ การเขียนสัญญาที่ประมูลด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ๆเล็กๆก็ผิดกติกาเช่นกัน
- ขณะเล่นไม่ควรทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่นอ่านหนังสือ หรือเสียบหูฟังเพลง แม้ว่าจะเป็น Dummy ก็ตาม ถือว่าผิดมารยาท
- ผู้เล่นสามารถถามว่าการเล่นที่มีสัญญาณซ่อนอยู่นั้นคืออะไร แต่ต้องไม่ถามเจ้าตัวโดยตรง เนื่องจากอาจจะเป็นการส่งสัญญาณภายนอกแบบไม่ตั้งใจ
- การสูบบุหรี่อาจเป็นการรบกวนสมาธิผู้เล่นท่านอื่น ผู้เล่นร้องขอให้หยุดสูบได้ (สังเกตุรูป bidding box ด้านบนนู้น มีแผ่นห้ามสูบบุหรี่แพล็มๆอยู่ เมื่อผู้เล่นหยิบแผ่นวางบนโต๊ะเป็นสัญญาณ "กรุณางดสูบบุหรี่" โดยไม่ต้องพูด)
...
...
etc.

ในแข่งขันนัดสำคัญที่ต้องการให้การแข่งขันบริสุทธ์ยุติธรรมที่สุด อาจจะให้ผู้เล่นนั่งใน คอก โดยคอกเป็นฉากกั้นทะแยงเพื่อไม่ให้ผู้ที่เล่นที่เป็นพาร์ทเนอร์กันเห็นหน้ากัน และมีช่องเล็กๆตรงกลางเห็นเฉพาะไพ่ที่ลงมาเท่านั้น


รายละเอียดอื่นๆ และกฎกติกามารยาทตัวเต็มของบริดจ์ดูได้จากกระทู้บริดจ์เดิม ซึ่งกฎต่างๆนี้รับรองโดยสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทยอยู่แล้ว
http://thaiboardgame.net/forum/index.php?topic=34.0

สนใจเล่นบริดจ์ออนไลน์ฟรี ขอแนะนำและเชิญได้ที่
http://www.bridgebase.com/


ลองเล่นดู แล้วจะรู้ว่า ทำไมมันเป็นเกมไพ่ที่ได้รับความนิยมที่สุดใน Boardgamegeek และถ้าอยากรู้ว่าทำไมมันต้องชื่อ Bridge ซึ่งแปลว่า สะพาน คุณต้องเล่นเป็นเท่านั้นจึงจะรู้

ThankCool By: kid^_^, maemooyong

« Last Edit: November 12, 2010, 05:30:52 PM by armourer84 »
RECENTLY GAMING!

Offline kid^_^

  • Administrator
  • Trade Count: (+2)
  • King
  • ******************
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 61 : Exp 75%
    HP: 39.7%

  • Posts: 5,749

  • ThankCool Statistics
    Give : 1156
    Take : 745

  • Gender: Male
  • ถึงตายก็ขาดบอร์ดเกมไม่ได้ ^_^
    • http://www.ThaiCCG.com
Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #1 on: May 17, 2009, 12:23:30 AM »
โอ อ่านที่อาร์มอธิบายแล้วเข้าใจง่ายจริง ๆ ยกให้เป็นเจ้าพ่อแห่งการรีวิวเลย  :egg027:
-- http://www.ThaiCCG.com :: แหล่งรวมพลของคนรักการ์ด

http://www.LikeWatch.net :: Club ของคนรักนาฬิกา

Games Review : ^^

For Sale
Ghosts! (Geister)
Wyatt Earp
Toc Toc Toc! (Knock Knock!)
6 Nimmt! (Take 6!)
Love Letter
Timeline
iOS : Zooloretto

http://kissclub.bloggang.com --- Blog ส่วนตัว Update 11/09/56


Offline Nick

  • VIP ฺBoardgamer
  • Trade Count: (0)
  • Duke
  • ********
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 32 : Exp 14%
    HP: 0.4%

  • Posts: 1,564

  • ThankCool Statistics
    Give : 208
    Take : 314

  • Gender: Male
Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #2 on: May 17, 2009, 12:39:25 AM »
 :egg065: หมดแรงอ่าน ไว้รอให้คุณอาร์มสอนดีกว่า  :egg027:

Offline chocobo3

  • Trade Count: (0)
  • Lord
  • *****
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 15 : Exp 43%
    HP: 0.4%

  • Posts: 363

  • ThankCool Statistics
    Give : 0
    Take : 8

  • Gender: Male
Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #3 on: May 17, 2009, 01:27:14 AM »
หมดแรงอีกคน  :egg060:

รอพี่ที่ "เคย" อยู่ชมรม บริดจ์ สอนดีกว่า  :egg049:

ถ้ามันยังไม่ลืมนะ  :egg036:

Offline madwolf

  • Moderator
  • Trade Count: (+4)
  • Prince
  • *********
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 51 : Exp 10%
    HP: 0.3%

  • Posts: 3,940

  • ThankCool Statistics
    Give : 295
    Take : 974

  • Gender: Male
Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #4 on: May 17, 2009, 01:59:03 AM »
โอ้พระเจ้า มันยากมากเลยจอร์จ  :egg023:

Offline Sleeper

  • Moderator
  • Trade Count: (0)
  • Count
  • *********
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 19 : Exp 32%
    HP: 0.5%

  • Posts: 568

  • ThankCool Statistics
    Give : 90
    Take : 49

Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #5 on: May 17, 2009, 11:58:52 AM »
 :egg031:

อาม แกเก็บไฟล์เก่าๆไว้เยอะดีมาก ปรบมือให้สองที

Offline Vampyre

  • จน ว่าง วาดรูป
  • VIP ฺBoardgamer
  • Trade Count: (+2)
  • Marquis
  • ********
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 28 : Exp 77%
    HP: 0.4%

  • Posts: 1,254

  • ThankCool Statistics
    Give : 121
    Take : 73

  • Gender: Female
  • อาศัยอยู่ในเลนส์สาวแว่น~
    • บล็อกส่วนตัวข้าพเจ้า ~* vv *~
Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #6 on: May 17, 2009, 04:34:33 PM »
ตายกับตัวเลข  :egg029:
------- SELL : VAMP2HANDS ------- 28/06/2013 อัพขายเพิ่ม -------

จินตนาการ ความฝัน ความคิด จิตใจ มนุษย์และโลก
มันช่างน่าสนใจเกินจะกล่าว พอๆกะสาวแว่น...

Offline Versbane

  • Trade Count: (+2)
  • Count
  • ******
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 18 : Exp 30%
    HP: 0.3%

  • Posts: 510

  • ThankCool Statistics
    Give : 6
    Take : 91

  • Gender: Male
Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #7 on: May 17, 2009, 09:39:52 PM »
>>>และขอยืนยันว่าจะใช้คำว่า ไพ่ ไม่ใช้คำว่า การ์ด

ไพ่ กับ card มันต่างกันตรงไหนหรอ?

 :egg022:

Offline Sixpsy

  • Trade Count: (0)
  • Prince
  • **********
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 45 : Exp 36%
    HP: 0.1%

  • Posts: 3,108

  • ThankCool Statistics
    Give : 15
    Take : 3

  • Gender: Male
Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #8 on: May 17, 2009, 10:03:09 PM »
ไพ่น่าจะหมายถึง การ์ดที่มีดอก 4 ประเภท และมีค่าตั้งแต่ 2-10 และ J Q K A ละมั้งครับ
ส่วนนอกเหนือจากนี้เรียกว่าการ์ด

ปล. ผมเดาอ่ะ แหะๆ  :egg025:
ปล2. ขอทยอยอ่านนะครับ สนใจอยู่มากๆเหมือนกัน ^^

Offline madwolf

  • Moderator
  • Trade Count: (+4)
  • Prince
  • *********
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 51 : Exp 10%
    HP: 0.3%

  • Posts: 3,940

  • ThankCool Statistics
    Give : 295
    Take : 974

  • Gender: Male
Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #9 on: May 17, 2009, 11:25:56 PM »
>>>และขอยืนยันว่าจะใช้คำว่า ไพ่ ไม่ใช้คำว่า การ์ด

ไพ่ กับ card มันต่างกันตรงไหนหรอ?

 :egg022:


ผมก็รู้สึกว่ามัน คล้าย ๆ กัน นะ เวลาเล่นการ์ดเกมส์บางทีตัวเองก็ใช้คำว่าแจกไพ่เหมือนกัน
แต่ก็ระวังบ้าง เพราะไม่อยากให้คนอื่นที่ไม่ได้เล่นแล้วรู้สึกเหมือนเราเล่นไพ่หงะ  :egg001:

Offline roid

  • Administrator
  • Trade Count: (0)
  • Prince
  • ******************
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 49 : Exp 32%
    HP: 4.3%

  • Posts: 3,671

  • ThankCool Statistics
    Give : 1069
    Take : 1203

  • Gender: Male
  • Leader of the "Canyon Crows"
    • http://www.thaiboardgame.net
Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #10 on: May 17, 2009, 11:49:39 PM »
ตามความเข้าใจผม ถ้าเกมอะไรที่ใช้ไพ่แบบสากล (ที่เป็น ดอกจิก ข้าวหลามตัด โพธิ์แดง โพธิ์ดำ) ไม่ใช่ไพ่เฉพาะกิจ (อย่างพวกการ์ดพลัง การ์ดทรัพยากร)  น่าจะเรียกรวมว่าไพ่ อย่างสลาฟ บริดจ์ ฮาร์ท ส่วนเกมที่ใช้การ์ดเฉพาะกิจ อย่าง MTG , หรือ Card Game อื่นๆ ถึงเรียกกันว่าการ์ด

สำหรับภาษาอังกฤษแล้ว ผมว่าคำเรียกมันไม่ต่างกัน แต่สำหรับสังคมไทย ผมว่าคำว่าไพ่ เวลาพูดถึง คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงการพนันทันที อย่างผมเองก็ด้วย ทำให้เวลาเล่นการ์ดผมจะไม่ชอบให้เรียกว่าเล่นไพ่ เพราะถ้่าคนอื่นได้ยินจะถูกมองไม่ดี แล้วจะยิ่งทำให้การ์ดเกมโดนเพ่งเล็งไปด้วยนั่นเอง

นี่เป็นความคิดเห็นเฉพาะของผมนะครับ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรียกต่างกันเพราะอะไร  :egg062:

Offline Nick

  • VIP ฺBoardgamer
  • Trade Count: (0)
  • Duke
  • ********
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 32 : Exp 14%
    HP: 0.4%

  • Posts: 1,564

  • ThankCool Statistics
    Give : 208
    Take : 314

  • Gender: Male
Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #11 on: May 18, 2009, 12:14:52 AM »
ตามนิยามภาษาไทยจากพจนานุกรรมคำว่าไพ่คือ

ไพ่   น. เครื่องเล่นการพนันอย่างหนึ่ง ทำด้วยกระดาษค่อนข้างแข็ง
   หรือพลาสติกเป็นต้น เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าบาง ๆ มีลวดลาย
   และเครื่องหมายแสดงแต้มต่าง ๆ

ในภาษาอังกฤษ
playing card (also card)  (n)
any one of a set of 52 cards with numbers and pictures printed on one side, which are used to play various card games

คือถ้าดูจากนิยามของทั้งสองคำนี้ ผมว่าคำว่าไพ่ใกล้เคียงกับ playing card (รวมถึง card ด้วย) นะครับ ผมเลยว่ามันหยวนๆที่จะเรียกไพ่ว่า card ได้ เพียงแต่ว่าไพ่ในภาษาไทยค่อนข้างจะเน้นไปที่การพนันอ่ะนะ เรืื่องนี้ผมว่ามันฝังหัวผิดๆมาจากแต่ก่อนนะ

ปล. นิยามภาษาไทยจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2552
ภาษาอังกฤษจำไม่ได้แฮะว่าอ้างจาก dictionary เล่มไหน แต่กดจาก Canon wordtank V30 อ่ะนะ  - -'

Offline armourer84

  • Moderator
  • Trade Count: (+16)
  • Prince
  • *********
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 54 : Exp 32%
    HP: 0.3%

  • Posts: 4,452

  • ThankCool Statistics
    Give : 213
    Take : 360

  • Gender: Male
  • Sweet Time!!
    • http://www.thaiboardgame.net
Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #12 on: May 18, 2009, 12:53:44 PM »
>>>และขอยืนยันว่าจะใช้คำว่า ไพ่ ไม่ใช้คำว่า การ์ด

ไพ่ กับ card มันต่างกันตรงไหนหรอ?

 :egg022:


ไพ่ และการ์ด เป็นคำเดียวกันครับ

แต่คนเล่นเกมมักไปใช้คำว่าการ์ดแทนคำว่าไพ่ เพื่อเลี่ยงบาลี
แต่ในวงการนี้เขาใช้คำว่าไพ่เต็มๆ ผมจึงต้องเกริ่นตั้งแต่ต้นว่า จะใช้คำว่าไพ่โดยไม่เกี่ยวกับการพนัน

เพราะคำว่าไพ่ มักจะถูกว่ามีความหมายในเชิงลบ
RECENTLY GAMING!

Offline Quentin

  • Moderator
  • Trade Count: (+1)
  • Prince
  • *********
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 53 : Exp 61%
    HP: 0.7%

  • Posts: 4,337

  • ThankCool Statistics
    Give : 268
    Take : 388

  • Gender: Male
  • The constellation realigned...
Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #13 on: May 18, 2009, 01:01:54 PM »
สมัยอยู่มหาลัย เคยมีพี่ที่ชมรมกีฬาในร่ม ชวนเล่น   

ตอนนั้นแค่พอรู้วิธีการเล่นพื้นฐาน แต่ตอนนี้ลืมหมดแล้ว  ไม่เหลือจริงๆ  :egg040:

Arkham Horror Cult Member / World of Darkness storyteller

Offline hima

  • Trade Count: (0)
  • Baron
  • ****
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 9 : Exp 93%
    HP: 0.1%

  • Posts: 151

  • ThankCool Statistics
    Give : 0
    Take : 2

Re: Bridge - ไพ่! + กีฬา!
« Reply #14 on: May 19, 2009, 01:28:38 AM »
อยากเล่นเ็ป็นตั้งแต่ตอนอยู่อเมริกาแล้วครับ แต่ตอนนั้นไม่มีคนสอน T_T ทุกคนบอกลืมวิธีเล่นไปหมดแล้ว เฮ้ออออ

ขอบคุณมากครับที่นำมารีวิว  ไว้ต้องหาเวลาว่างๆมาหัดเล่น ขาไพ่อยู่แล้ว อิอิ