Author Topic: มารู้จักTrading Card กันเถอะ  (Read 4064 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline kid^_^

  • Administrator
  • Trade Count: (+2)
  • King
  • ******************
  • Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 62 : Exp 2%
    HP: 0.2%

  • Posts: 5,799

  • ThankCool Statistics
    Give : 1297
    Take : 760

  • Gender: Male
  • ถึงตายก็ขาดบอร์ดเกมไม่ได้ ^_^
    • http://www.ThaiBoardGame.net
  • FaceBook: http://www.facebook.com/jiratn
การ์ดสะสม คือการ์ดที่มีการพิมพ์ลวดลายและข้อความที่สวยงาม เพื่อให้ผู้คนที่สนใจสะสมและัเก็บรักษาไว้เพื่อความเพลิดเพลินและเป็นงานอดิเรก ปกติจะทำจากกระดาษชนิดแข็งและมีขนาด 2.5 X 3.5 นิ้ว ซึ่งวิธีการได้การ์ดสะสมมีการขายทั้งในรูปแบบของซองที่มีการ์ดในชุดนั้นๆอยู่จำนวนหนึ่ง เช่น 6 ใบต่อ 1 ซอง และการ์ดแถมหรือแลกซื้อร่วมกับสินค้าต่างๆ แต่โดยมากแล้วจะมีการสุ่มการ์ดที่จะได้ (Random) ตามอัตราส่วนและที่แตกต่างกันไปในแต่ละชุด ซึ่งจะทำให้ผู้สะสมไม่ทราบว่าจะได้การ์ดอะไรก่อนที่จะซื้อ รวมถึงการ์ดสะสมบางประเภทที่จะระบุเลขรหัสลงบนการ์ดและมีการผลิตในจำนวนจำกัด จึงทำให้เกิดความหายากของการ์ดขึ้นมา การ์ดที่ไม่ได้รับความนิยมและผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก จะหาได้ง่ายราคาจะต่ำ การ์ดที่ได้รับความนิยม ผลิตออกมาน้อยจะราคาจะสูง โดยส่วนใหญ่แล้วการ์ดสะสมจะทำการผลิตในจำนวนจำกัดหรือช่วงระยะเวลาสั้นๆ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การ์ดสะสมจึงเป็นสิ่งที่ต้องการของนักสะสมโดยทั่วไป ซึ่งเป้าหมายของนักสะสมแต่ละคนก็จะแตกต่างกัน บางคนก็ต้องการเก็บสะสมให้ครบชุดนั้นๆ บางคนก็ต้องการเฉพาะการ์ดพิเศษที่มีการผลิตเป็นจำนวนจำกัดในชุดต่างๆ หรือบางคนก็ต้องการเก็บสะสมเฉพาะการ์ดที่มีตัวบุคคลหรือตัวละครที่ชื่นชอบเท่านั้น และหัวใจที่สำคัญที่สุด คือการแลกเปลี่ยนหรือตามหาการ์ดใบที่ยังขาดเหลือเพื่อเก็บสะสมให้ครบชุดกับกลุ่มผู้ที่สะสมการ์ดในชนิดเดียวกัน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้การสะสมการ์ดมีความสนุกสนาน มีความท้าทายและเป็นความรู้ผสมความบันเทิง (Edutainment) อีกด้วย โดยบริษัทที่มีชื่อเสียงในการผลิตการ์ดสะสมในปัจจุบันก็มีอย่างเช่น Upperdeck จากสหรัฐอเมริกา Konami จากประเทศญี่ปุ่นเป็นต้น

ประวัติของการ์ดสะสม

จุดเริ่มต้นของการ์ดสะสมนั้นเริ่มที่ "บัตรสินค้า" ซึ่งเป็นบัตรกระดาษที่มีขนาดเท่านามบัตรหรือใหญ่กว่าเล็กน้อย โดยในยุโรปจะเรียกว่า โครโม (Chromos) ซึ่งเริ่มต้นเมื่อประมาณ 120 ปีมาแล้ว พิมพ์โดยเทคนิคพิมพ์หิน ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในการแถมในขนมและอาหารต่างๆ หลังจากนั้นเป็นต้นมา โครโมก็ ได้รับความนิยมกันมาเรื่อยๆ และอีกสิ่งหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการ์ดสะสมในประเทศไทยคือการผลิต "รูปยาซิกาแรต" ที่เริ่มนำเข้ามาสู่ประเทศไทยในช่วงปี 2437-2441 โดยการนำเข้ามาและผลิตในไทยจากผู้ผลิตหลายๆบริษัท และในช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมนั้นถึงขนาดมีการขออนุญาตจัดตลาดนัดรูปยาซิกาแรตในทุกวันอาทิตย์ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพื่อให้นักสะสมได้แลกเปลี่ยนและทำการซื้อขายกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2455 ติดต่อกันเป็นเวลากว่า 20 ปีเลยทีเดียว ซึ่งจะแถมมากับซองบุหรี่ซองละ 1 รูป โดยมากแล้วจะผลิตเป็นชุด ชุดละ 50 ใบโดยมีการผลิตมากกว่า 200 ชุด เช่น ชุดพยัญชนะไทย ชุดสถานที่สำคัญ เป็นต้น จนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเลิกผลิตกันไปเพราะเหตุผลทางด้านการขาดแคลนกระดาษ และการที่กิจการยาสูบตกเป็นของรัฐเกือบทั้งหมดในปี 2482 ทำให้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแข่งขันโดยการผลิตรูปยาเพื่อดึงดูดลูกค้าออกมาอีก การ์ดสะสมจึงได้มีการพัฒนารูปแบบอีกครั้งหลังภายหลังสงครามสงบลง จากการ์ดที่แถมในหมากฝรั่ง จนกระทั่งแยกขายเป็นซองจนเป็นรูปแบบในปัจจุบันหรือที่เรียกกันว่าการ์ดสะสม หรือ Trading Card

ประเภทของการ์ดสะสม

     การผลิตการ์ดที่มีเนื้อหาแตกต่างกันมากมายหลายก็เพื่อตอบสนองต่อความต้องการต่อผู้ที่ชื่นชอบในเรื่องราวที่แตกต่างกัน ตามแต่เนื้อหาที่ต้องการจะใส่ลงไป ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสามารถแยกประเภทของ Trading Card ได้ดังต่อไปนี้


1. การ์ดกีฬา (Sports Card)
เป็นการ์ดที่นำเอาภาพของนักกีฬาประเภทต่างๆมาเป็นการ์ด ด้านหน้าของการ์ดจะเป็นภาพนักกีฬา พร้อมชื่อและตำแหน่ง ด้านหลังจะเป็นสถิติและข้อมูลต่างๆ เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง อายุ ตัวอย่างของการ์ดในประเภทนี้ เช่น การ์ดฟุตบอล การ์ดอเมริกันฟุตบอล NFL การ์ดบาสเกตบอล NBA เป็นต้น การ์ดประเภทนี้ในช่วงแรกของการผลิต มักนำมาแถมในหมากฝรั่งหรือของขบเคี้ยวซึ่งวางจำหน่ายในสนามแข่งขัน จึงเป็นเหตุที่ทำให้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ซึ่งมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนในราคาสูงโดยวิธีการต่างๆ เช่นการประมูล การ์ดกีฬา มักจะมีการ์ดพิเศษหรือที่เรียกกันว่าเจอร์ซี่ (Jersey) คือการ์ดที่มีชิ้นส่วนเครื่องแต่งกายของนักกีฬาคนนั้นมากับการ์ดด้วย และการ์ดลายเซ็น (Autograph) ของนักกีฬา รวมถึงการ์ดที่ใช้แลกสิทธิพิเศษต่างๆ ที่เรียกกันว่า Redemption Card การ์ดพิเศษเหล่านี้มักจะมีการกำกับหมายเลขระบุจำนวนและมีราคาสูงตามความมีชื่อเสียงและความหายาก และมีบริษัทตัวกลางในสหรัฐอเมริกาที่รับบริการตรวจสอบสภาพ รับประกันสภาพความสมบูรณ์ และเก็บรักษาการ์ดสะสมประเภทกีฬาที่ผลิตจากทุกบริษัทในสหรัฐอเมริกาเพื่อนักสะสมทั่วโลก


2. การ์ดภาพยนตร์ (Movie Card)
เป็นการ์ดที่นำเอาภาพมาจากภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมทั้งในอดีตและปัจจุบัน ด้านหน้าของการ์ดมักจะเป็นภาพของผู้แสดงหรือภาพเหตุการณ์ต่างๆที่อยู่ในเรื่อง ด้านหลังจะเป็นข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์หรือคำบรรยายเหตุการณ์ที่อยู่ในเรื่อง และการ์ดชนิดนี้มักจะมีการ์ดชนิดพิเศษเช่นเดียวกับการ์ดสะสมกีฬา ซึ่งถือว่า จัดอยู่ในการ์ดสะสมประเภทนี้ด้วย ตัวอย่างของการ์ดในกลุ่มนี้เช่น The Lord of the Rings, Superman, Batman หรือของไทยที่เคยมีการผลิตออกมา อย่างเช่นการ์ดสะสมภาพยนตร์เรื่อง "ต้มยำกุ้ง" เป็นต้น


3. การ์ดดารา นักร้อง นางแบบ (Idol Card)
เป็นการ์ดที่นำเอารูปภาพของดารา นักร้อง นางแบบชื่อดังมาทำเป็นการ์ด เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้ชื่นชอบบุคคลนั้นๆโดยเฉพาะกลุ่มที่ติดตามความคืบหน้าของศิลปินที่ชื่นชอบ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักเป็นกลุ่มวัยรุ่น สำหรับตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดในประเทศไทยเห็นจะเป็นการ์ดของนางแบบ-นักร้องในสังกัด Dojo City ในเครือ Bakery (ปัจจุบันอยู่ภายใต้กลุ่มของ Sony BMG) ที่เคยผลิต เพื่อแถมกับนิตยสารในกลุ่ม อันได้แก่ Katch และ Manga Katch ในปี 2544-2545


4. การ์ดจากเกม การ์ตูนและแอนิเมชัน (Game ,Cartoon ,Animation Card)
เป็นการ์ดที่สร้างมาจากเกม การ์ตูน แอนิเมชันเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ลักษณะการทำจะใกล้เคียงกับการ์ดภาพยนตร์ โดยลักษณะของการ์ดพิเศษจะนำเอาสิ่งที่มีความสำคัญและของที่อยู่ในขั้นตอนการสร้าง เช่น ต้นฉบับการ์ตูน ต้นฉบับฟิล์มแอนิเมชัน เป็นต้น หรืออีกประเภทหนึ่งซึ่งนิยมใช้กันมากกับการ์ดสะสมที่มาจากการ์ตูนญี่ปุ่นคือการใช้วัสดุที่ต่างจากเดิม เช่นกระดาษเคลือบ Bromide หรือใช้แผ่นพลาสติคในการพิมพ์ ซึ่งจะมีความสวยงามมากขึ้น และจะมีราคาที่สูงกว่าการ์ดสะสมปกติ เมื่อสมัยยุคปี 90 ในประเทศไทยมักจะนำมาแถมกับขนม ที่ดังที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการ์ดสะสม "โอเดงย่า ดรากอนบอล" แต่ในปัจจุบันส่วนมากแล้วการ์ดประเภทนี้ ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยจะเป็นการนำเข้ามาซะมากกว่า ยกเว้นการ์ดที่มักจะแถมมากับอาหารเช้าแบบซีเรียลต่างๆ หรือ Pactio Card ที่ได้รับลิขสิทธิ์และผลิตในไทยเพื่อเป็นของแถมสำหรับ DVD การ์ตูนเรื่อง "คุณครูจอมเวท เนกิมะ"


5. การ์ดประเภทอื่นๆ
การ์ดลักษณะอื่นๆ ที่มีการผลิตออกมา เช่น การ์ดที่ใช้ในการแจกเพื่อการประชาสัมพันธ์ขององค์กร การ์ดที่เป็นข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ การ์ดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ต่างๆ เป็นต้น


การแบ่งสภาพของการ์ดสะสม
การ์ดสะสมจะมีชื่อเรียกในการแบ่งสภาพของการ์๋ดดังต่อไปนี้


ประเภทของการ์ด

M/NM -- Mint/Near Mint เป็นการ์ดที่สมบูรณ์และไม่มีความผิดพลาดอะไรเลย ตัวอย่างเช่น รอยยับของการ์ด การพิมพ์ผิดพลาด เป็นต้น
Excellent -- เป็นการ์ดที่มีสภาพเกือบสมบูรณ์ แต่มีตำหนิเล็กน้อยหรือมีขอบการ์ดที่เป็นขุย
Very Good -- เป็นการ์ดที่จะพบข้อผิดพลาดมากขึ้นเื่มื่อมีการสังเกตและมีตำหนิเป็นจำนวนมาก
Good -- เป็นการ์ดที่มีร่องรอยการเขียน การพิมพ์เบี้ยวจากจุดศูนย์กลาง มีคราบเล็กน้อยและขอบมีรอยมาก
Fair -- เป็นการ์ดที่มีร่องรอยความเสียหายมาก เช่นคราบอย่างหนักและขอบมีการลอก
Poor -- เป็นการ์ดที่แย่ที่สุด สภาพเหมือนโดนทำลาย

ประเภทของซองการ์ด

Pack Fresh -- เป็นการ์ดหรือซองที่พึ่งนำออกมาจากซอง กล่องหรือลังแต่ไม่จำเป็นต้องเป็นประเภท M/NM เสมอ
Factory Fresh -- เป็นการ์ดหรือซองการ์ดที่ยังไม่ได้มีการแกะออกมาตั้งแต่การส่งมาจากผูผลิต และเรียกอีกอย่างว่า unused
ดึงข้อมูลจาก "http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A1"

Trading Cards คืออะไร
ในปัจจุบันนี้มีงานอดิเรกเกิดขึ้นใหม่หลายชนิดมีทั้งการสะสม โมเดลสะสมของ แจกแถมตามฟาสฟู๊ดดังๆสะสมบัตร พลาสติก ต่างๆและก็มีอีกประเภทที่กำลัง ได้รับความนิยม เพิ่มขึ้นเรื่อยๆนั่นคือการสะสม Trading Cards

TradingCards ถ้าแปลตรงดัวก็คือการ์ดแลกเปลี่ยน ซึ่งมีอยู่ หลายชนิด มีทั้ง การ์ดหนัง การ์ดกีฬา การ์ดเกมส์ การ์ดการ์ตูนแต่ ในที่นี้จะ ขอกล่าวถึง การ์ดกีฬาแต่เพียงอย่างเดียวเฉพาะ  การ์ดกีฬา  อย่างเดียวก็แบ่งเป็นหลายประเภทแล้ว มีทั้ง ฟุตบอลบาสเก็ต บอล อเมริกันฟุตบอลฮ๊อคกี้น้ำแข็ง รถแข่ง เบสบอลและ อื่นๆ  อีกมากในประเทศไทยเรา  การ์ดบาสเก็ตบอลดูจะเป็นประเภทที่ นิยมมากที่สุด เพราะมีการถ่ายทอดสด หรือนำเทปมาเปิดให้ชมเป็นประจำ รองลงมาก็คือ การ์ดฟุตบอลทำให้หลายๆคนรู้จัก นักกีฬาต่างๆ  กันมากขึ้น เมื่อ รู้จัก มากขึ้นก็อยากได้รูปเกร็ดประวัติของนักกีฬา นั้นๆ มาเก็บไว้เป็น ของส่วน ตัวการสะสมการ์ดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด   ที่จะด้ภาพของนักกีฬาที่เรา ชื่นชอบมา เก็บไว้ได้

วิธีการสะสม
ก่อนอื่นต้องซื้อก่อนครับการ์ดสะสมนี้จะบรรจุมาเป็นซองแต่ละซองจะบรรจุ การ์ด เป็นจำนวนที่แตกต่างกันบางซองก็มี 8 ใบบางซองก็มีถึง14 ใบแล้ว แต่รุ่น,ยี่ห้อ นั้นๆเมื่อซื้อแล้วก็ตัด,แกะ,ฉีกซองลุ้นว่าในซองมีใบของนักกีฬา ที่เราชอบหรือเปล่าถ้ามีก็โชคดีหรืออาจโชคดีกว่านั้นได้การ์ดพิเศษที่มีอัตรา ส่วน ระบุไว้ตามรุ่นหรือแบบนั้นๆยิ่งอัตราส่วนเยอะราคาของการ์ดใบนั้นก็ ยิ่งแพงถ้าไม่มีใบที่เราชอบก็พยายามเก็บให้ครบเซ็ทการ์ดทุกใบจะมีหมายเลข กำกับอยู่ทุกใบเราก็ แค่เรียงตามเลขจนครบตามที่ซองระบุมา

การ์ดธรรมดา(Commoncards)แตกต่างกับ การ์ดพิเศษ(Insertcards)อย่างไร
การ์ดธรรมดาคือการ์ดที่ยี่ห้อหรือรุ่นนั้นๆผลิตออกมาครบจำนวนผู้เล่น(ทาง ผู้ผลิตเป็นผู้คัดเลือก)และผู้ผลิตจะพิมพ์จำนวนผู้เล่นทั้งหมดไว้ที่หลังซองหรือ ข้างกล่อง ว่ามีจำนวนเท่าไหร่เช่น 125 CARD BASIC SET ก็เท่ากับมี การ์ดธรรมดา 125 ใบครบเซ็ท วิธีดูการ์ดธรรมดาวิธีง่ายๆก็คือดูหมายเลข กำกับที่ด้านหลังของการ์ด จะเป็นหมายเลขเฉยๆไม่มีตัวอักษรนำหน้าส่วน การ์ดพิเศษเป็นการ์ดทีมีรูปร่างหน้าตาหรือภาพจะไม่เหมือนการ์ดธรรมดา เรียกว่าผิดแผกแตกต่างกันเลยเช่นมีแสงสะท้อนเหลือบสีรุ้งและเงากว่าการ์ด ธรรมดา (REFRACTOR), การ์ดที่มีการ ตัดขอบมุมหรือส่วนหนึ่งของ การ์ด เป็นรูปทรงแปลกๆ

ทั้งนี้และทั้งนั้นการ์ดพิเศษนี้ไม่ได้หมายความว่าจะมีทุกๆซองเสมอไปเพราะ ส่วน ใหญ่จะได้มายากเนื่องจากมีอัตราส่วนเป็นตัวกำหนดทำให้ยากต่อการ ได้มาจึงทำ ให้การ์ดพิเศษ นี้ส่วนใหญ่จะมีราคาแพงนอกจากความยาก จาก อัตราส่วนที่ได้ กล่าวมา ข้างต้นแล้วการ์ดพิเศษส่วนใหญ่ จะมีความสวยงาม ความแปลกใหม่กว่า ที่เราเคยเห็นมา ด้วย ความพิถีพิถันของผู้ผลิตจึงทำให้ หลายๆ  คนอยากลุ้นเปิดซอง  เปิดแล้วก็เปิดอีก

การเก็บรักษา
การ์ดที่เราได้มาไม่ว่าจะเป็นการ์ดธรรมดาหรือการ์ดพิเศษจะมีราคาทุกใบส่วน ราคาจะสูงหรือต่ำก็อยู่ที่ตัวผู้เล่นนั้นๆเพราะฉะนั้นเราควรจะเก็บรักษาไว้ให้ดี ควรจะมีสมุดเก็บการ์ดซึ่งก็หาซื้อได้ตามร้านขายTradingCardsทั่วไป เก็บเป็นชุดตัวผู้เล่นก็ ได้ตามสะดวกเพราะถ้าหากการ์ดมีสภาพไม่ดี เช่นหัก งอ หรือมีรอยหรือตามขอบมุมเปิดบิ่นเป็นขุยหรือมีรอยขูดขีดก็จะทำให้ราคา ของใบนั้นๆตกลงถ้าหนักหน่อย  ถึงขนาดเอาไปขายหรือแลกกับใครก็ไม่มี ใครเอา เพราะทุกคนที่ซื้อหรือแลกก็ต้องอยากได้ของสภาพดีเป็นธรรมดหรือ ถ้าได้ การ์ดพิเศษอัตราส่วนยากๆ ก็ควรจะใส่ กรอบ เลยจะปลอดภัยที่สุด

ดูราคาอย่างไร

ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการจัดทำหนังสือสำหรับ นัก สะสมการ์ดมีชื่อว่า BECKETT เป็นหนังสือ เทียบ ราคา ของการ์ดการ์ดทุกๆใบที่เคยผลิตมา เกือบทั้งหมดจะมีราคาอยู่เราสามารถตรวจดูราคา ของการ์ดที่เรามีอยู่ ได้หรือ อาจจะใช้เป็นมาตรฐาน ในการเทียบราคาสำหรับการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยน กันอีกด้วยรายละเอียดต่างๆของราคาในหนังสือนั้น, ถูกจัดวางอย่างมีระบบ และ ลำดับที่ดีอยู่แล้วจะเห็นว่ามีการเรียงลำดับปีที่พิมพ์และตามด้วยอักษร ของรุ่นที่พิมพ์ในปีนั้นๆรวมถึงแยกการ์ดพิเศษในแต่ละรุ่นไว้อย่างชัดเจนจึง ทำให้เข้าใจง่ายต่อการตรวจเช็คราคาดังนั้นเมื่อเราได้รายละเอียดหรือข้อมูล ของการ์ดอย่าง ที่ได้กล่าวก่อนหน้า นี้แล้ว,ก็สามารถเช็คราคาได้เลย ซึ่งจะ เห็นว่า ราคานั้นมีอยู่ 2 แถว,คือแถว LO (ราคาต่ำ)และแถว HI (ราคา สูง ) ในที่นี้หมายถึงช่วงราคาของการ์ดถ้า, สภาพสมบูรณ์ไม่หักงอหรือเป็นรอย เซนเตอร์ดี (ภาพไม่เอียงหรือตัดเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง)  ก็จะยึดกันที่ ราคา HI และลดหลั่นไปตามสภาพไปถึงราคาLOหรือบางร้านอาจยึดราคา แถวLO เป็นราคา รับชื้อ และแถว HI เป็นราคาขาย ซึ่งจริงๆ แล้วส่วนใหญ่ ที่เราดูทั่วไปมักจะใช้ ราคา  แถวHIไว้ก่อเพราะส่วนใหญ่,ใครก็อยากให้ การ์ด ของตัวเองเก็บมีราคาดีถ้าหากการ์ดใครดูแล้วไม่มีเบอร์หรือชื่อปรากฏ อยู่ในแถวราคาให้ถือเป็นใบ ธรรมดา ของชุดนั้นๆ(commoncard) นอกจากนี้แล้วในหนังสือราคานี้ยังมี ข้อมูลของ การ์ดรุ่นใหม่ๆข่าวสารที่ เกี่ยวข้องกับการ์ดรวมถึงคอลัมภ์ Who's hot,Hot card และ Hot set ซึ่งน่าสนใจทีเดียวทำให้เราได้ทราบถึงความ นิยมว่าเค้านิยม สะสมใคร ใบไหนเป็นใบเด็ดหรือชุดไหนเป็นชุดที่หายากน่าสะสม

สะสมใครดี
หลักแนะนำในการเลือกนักกีฬาที่จะสะสมซึ่งแม้ไมใช่หลักตายตัวแต่เชื่อว่า จะช่วย ให้นักสะสม(โดยเฉพาะมือใหม่) ดัดสินใจได้ง่ายและชัดเจนขึ้นโดย ดูจากเหตุผล ต่อไปนี้
- นักกีฬาคนโปรด
โดยพื้นฐานแล้วทุกคนย่อมจะเริ่มสะสมจากนักกีฬาที่ตัวเองชื่นชอบเอาเป็น ว่ารัก ใครชอบใคร ก็สะสมคนนั้น
- ชื่อเสียงและความโด่งดัง
นักกีฬาที่ได้รับความนิยมมากย่อมมีการพิมพ์การ์ดออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้   สะสมได้อย่างไม่ขาดตอน
- ราคาการ์ด
ความที่นักกีฬาแต่ละคนดังไม่เท่ากัน ราคาของการ์ดจึงต่างกัน ตัวอย่างเช่น การ์ดของ ไมเคิล จอร์แดน จะมีราคาสูงว่าคนอื่นเมื่อ เทียบกันรุ่นต่อรุ่น นั่น หมายความว่าถ้าคุณเลือกสะสมการ์ด ไมเคิลจอร์แดนในการเก็บแต่ละใบคุณ จะต้องใช้จ่ายมาก กว่าในทางกลับกัน ก็เป็นความภูมิใจเพราะคุณมีใบแพงๆ ไว้อวดใครก็ได้
- อายุ
นักกีฬาที่มีอายุน้อยย่อมมีโอกาสในการเล่นยาวนานกว่า  แต่ก็ต้องประกอบ กับ สถิติ การเล่นการพัฒนาฝีมือและสุขภาพของนักกีฬานั้นๆ ด้วย

ท้ายสุด
สำหรับนักสะสมการ์ด การติดตามข่าวสารและเกมส์การแข่งขันจะช่วยให้การ สะสมสนุกมาก,ขึ้นและมีค่ามากยิ่งขึ้นด้วยเมื่อมาถึงตรงนี้ผมคิดว่านักสะสม มือ ใหม่ที่คิดจะเริ่มสะสมการ์ดหลายคนคงพอจะเข้าใจวิธีการสะสมได้ดีพอ สมควร แล้วผม หวังว่าสิ่งที่ผมเสนอให้,คงจะเป็นแนวทางและเป็นประโยชน์ แก่ นัก สะสมไม่มากก็น้อยและถ้าหากมีข้อผิดพลาด,หรือมีข้อติชมใดๆ กรุณาติชมผม ได้ในหน้า "ติชมผมหน่อย" จะขอบคุณมากครับ

ปล. ข้อความบางตอนคัดลอกจากหนังสือ HOBBY & TOYS คอลัมน์
CARD ACROSS THE WORLD ซึ่งเขียนโดยคุณพิฑูร ตรัยสุรวนิช
เจ้าของร้าน CARDTOON สยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น 4

Credits : http://auncardshp.tripod.com/whatis.htm

ขอขอบคุณ นำมาจาก mantellumarydoll  : http://www.santoninogame.com/yabb/index.php?topic=50547.0

ThankCool By: GRID BRS