Thailand BoardGame Fanclub

Thai Boardgamers => Boardgame Reviews & Articles => Topic started by: kid^_^ on September 21, 2008, 01:55:03 PM

Title: โมโนโปลี (Monopoly) เล่นๆ ได้เป็นเศรษฐี
Post by: kid^_^ on September 21, 2008, 01:55:03 PM
เวลาเล่นกับเด็กอายุ 9 ขวบ ถ้าไม่เล่นเกมคอมพิวเตอร์ (ที่วัยอย่างผมมักจะเล่นแพ้เด็ก) คุณผู้อ่านว่า เราน่าจะเล่นเกมอะไรกันดีครับ?




ผมแวะไปเยี่ยมหลานๆช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ไอ้เจ้าคนเล็กเป็นผู้ชาย 9 ขวบกว่าๆ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ทั้งวันจนพี่สาวอายุ 12 ต้องใช้อำนาจเผด็จการสั่งให้เลิกเล่น พอปิดหน้าจอเท่านั้นแหละ เจ้าหลานชายเดินวนเป็นเสือติดจั่นเลยครับ ปากก็บ่นว่า ไม่รู้จะทำอะไร ๆ วนไปวนมา พี่สาวก็ไม่ใจอ่อน เลยหันไปหยิบกล่องกระดาษแบนๆยาวๆในตู้ออกมาชวนผมเล่น "เกมเศรษฐี" (Monopoly Game) ซะงั้น



เคยเล่นไหมครับ?



ผมไม่คิดว่าเด็กยุคนี้ยังเล่นเกมเศรษฐีกันอยู่ เพราะเกมกระดานแบบนี้ผมเคยเล่นสมัยเด็กๆ แต่พอดูเวอร์ชั่นที่หลานชวนเล่น ก็เลยเห็นว่ามันเป็นเกมเศรษฐียุคใหม่ ต่างไปจากที่ผมเคยเล่นอยู่มาก ชื่อสถานที่ที่อยู่บนแผ่นกระดานก็เปลี่ยนแปลงไป จากชื่อเขตหรือสถานที่ในกรุงเทพฯ เช่น ตรอกจันทร์ สีลม สาธร สำเพ็ง ฯลฯ ก็กลายเป็นชื่อจังหวัดต่างๆ ผู้ผลิตคงตั้งใจให้เด็กๆเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับประเทศไทย ระหว่างอากับหลาน ใครแพ้ใครชนะ อย่าให้บอกเลยครับ ผมเล่าเรื่องน่าสนใจกว่านั้นให้ฟังดีกว่า…



"โมโนโปลี เกม" หรือ เกมเศรษฐี จัดเป็นเกมกระดานยอดฮิตแบบอมตะนิรันดร์กาล ทุกวันนี้ในต่างประเทศก็ยังคงมีการผลิตเวอร์ชั่นใหม่ออกมาอยู่เรื่อยๆ มีลูกเล่นเพิ่มมากขึ้น และมีแม้กระทั่งเกมเศรษฐีสำหรับเล่นกับคอมพิวเตอร์และเกมคอนโซล เวอร์ชั่นที่ผลิตจำหน่ายในบางประเทศก็มีลักษณะเฉพาะของตัวเองที่ประเทศอื่นๆไม่มี ถามว่าเกมนี้ยอดนิยมขนาดไหน ถ้าเอาตัวเลขสถิติเข้าข่ม ก็ต้องบอกว่า มีคนทั่วโลกกว่า 500 ล้านคนเคยเล่นเกมนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง ( ตามที่บันทึกไว้ในกินเนสบุ๊ค ออฟ เรคคอร์ดส์ ปี 1999 ครับ) แต่ถ้าเป็นสถิติของบริษัท ฮาสโบร ผู้ถือลิขสิทธิ์เกม ก็ต้องบอกว่ามีคนเล่นกว่า 750 ล้านคนแล้ว นอกจากนั้นยังมีการผลิตโมโนโปลี เกม ออกมาในภาษาต่างๆถึง 26 ภาษา มีการจำหน่ายใน 80 ประเทศทั่วโลก แบบนี้พอเรียกว่ายอดฮิตได้หรือยังครับ อันที่จริงเกมดังกล่าวได้ชื่อว่าเป็นเกมกระดานที่ขายดีที่สุดในโลก



ผู้คิดค้นเกมนี้เป็นชาวอเมริกันชื่อนาย ชาร์ลส์ บี. แดร์โรว์ (Charles B. Darrow) ชาวเมืองเยอรมันทาวน์ ในรัฐเพนซิลวาเนีย เศรษฐกิจตกสะเก็ดในยุคนั้นทำให้คุณแดร์โรว์ซึ่งกำลังตกงาน คิดเกมเล่นเพลินๆแก้เครียดกับเพื่อนบ้าน เริ่มจากการเขียนช่องๆสี่เหลี่ยม 40 ช่องลงบนผ้าปูโต๊ะ แต่ละช่องแทนด้วยชื่อสถานที่ในเมืองแอตแลนติก ซิตี้ ซึ่งเป็นสถานที่ประทับใจของแดร์โรว์ในรัฐนิวเจอร์ซี ผู้เล่นอย่างน้อย 2 คนที่ทอยลูกเต๋าเดินไปตามช่องต่างๆ จะสามารถซื้อ-ขายสถานที่บนแต่ละช่อง ซื้อ-ขายบ้านหรือโรงแรม (ที่แกะจากเศษไม้เล็กๆ) และเก็บเงินจากผู้เล่นคนอื่นๆที่เดินมาตกลงในช่องที่ตัวเองซื้อไว้ (โดยใช้กระดาษมาตัดทำเป็นเงิน) ใครเหลือเงินมากที่สุดตอนท้ายเกมก็คือผู้ชนะ



ในปีค.ศ. 1934 แดร์โรว์ต้องการลำไพ่พิเศษ เขาเอาเกมที่ทำกับมือไปเสนอขายให้กับบริษัท ปาร์คเกอร์ บราเธอร์ส (Parker Brothers) ผู้ผลิตของเด็กเล่น ทีแรกผู้บริหารของบริษัทก็ส่ายหัวไม่ซื้อไอเดีย แถมตำหนิโน่นนี่ นายแดร์โรว์กับเพื่อนเลยช่วยกันผลิตเกมเศรษฐีทำมือทีละชุดๆ ไปฝากขายที่ห้างสรรพสินค้า เรื่องเล่าว่าเขาทำยอดขายได้ถึง 5,000 ชุด แต่พอคนติดใจ ทั้งคู่ก็เริ่มผลิตไม่ทันกับความต้องการ ดังนั้นในปีถัดมา จึงกลับไปเสนอสินค้าที่บริษัทเดิมอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้สำเร็จครับ



ปาร์คเกอร์ บราเธอร์ส ซื้อลิขสิทธิ์เกมนี้มาผลิตในเชิงพาณิชย์และวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในปี 1935 ก็ฮิตเปรี้ยง โมโนโปลี เกม ทำสถิติเป็นเกมที่ทำยอดขายสูงสุดของอเมริกาในปีนั้น ยอดผลิตในเดือนแรกสูงถึง 20,000 ชุดต่อสัปดาห์ โดยจำหน่ายในราคาชุดละ 4 ดอลลาร์แค่นั้นเอง ปัจจุบันเกมนี้มีหลายเวอร์ชั่นอย่างที่บอก ราคาบางรุ่นสูงถึงชุดละ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ ผมเข้าไปค้นข้อมูลดูจากเว็บไซต์ของบริษัท ฮาสโบร ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทแม่ของปาร์คเกอร์ บราเธอร์ส พบว่ารุ่นแพงหูดับตับไหม้ที่คิดเป็นเงินไทยกว่า 850,000 บาทนั้น มันแพงเพราะตัวเล่นสำหรับใช้เดินบนกระดาน และอุปกรณ์ เช่น บ้านหลังเล็กๆ ทำด้วยทองคำ ส่วนโรงแรมเป็นเงินแท้ๆ



โมโนโปลี เกม มีพัฒนาการมาเรื่อยๆตามยุคสมัยทำให้เป็นของเล่นอมตะที่ตกทอดมาถึงยุคหลานของผม และเชื่อว่าจะยังคงมีต่อไปนะครับ ปี 2005 ฮาสโบรเปิดตัวเกมเศรษฐีเวอร์ชั่นใหม่และพิเศษสำหรับตลาดอังกฤษ ตั้งชื่อว่า เฮียร์ แอนด์ นาว ลิมิเต็ด เอดิชั่น (Here and Now Limited Edition) แต่ละช่องบนกระดานเป็นสถานที่ในกรุงลอนดอน ราคงราคาอัพเดทตามราคาอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ตัวเล่นก็ออกแบบเป็นรูปสิ่งของในยุคศตวรรษนี้แหละครับ เช่น รูปโทรศัพท์มือถือ รองเท้าสเก็ต เครื่องบินจัมโบ้เจ็ท รถแข่ง แฮมเบอร์เกอร์ และรถเมล์สองชั้น ที่ว่าพิเศษเพราะเป็นชุดฉลองกำเนิด 70 ปีของเกมครับ ปีนั้นมีการนำเกมขึ้นเว็บไซต์ให้เล่นกันทางออนไลน์ด้วย



แต่ที่เห็นจะทันสมัยสุดๆ คงเป็นเวอร์ชั่นนี้…เฮียร์ แอนด์ นาว อิเล็กทรอนิค แบงกิ้ง เอดิชั่น (Here and Now Electronic Banking Edition) ในบางตลาดเรียก "โมโนโปลี ชิป แอนด์ พิน" (Monopoly Chip and Pin) เปิดตัวในปีที่ผ่านมานี้เอง (2549) รุ่นนี้ผู้เล่นไม่ต้องใช้เงินกระดาษกันแล้วครับ เพราะมีบัตรพลาสติกเป็นทั้งบัตรเดบิตและเครดิตเรียกว่าบัตรวีซ่า (เพราะบริษัทวีซ่าเป็นผู้ร่วมพัฒนา) เอาไว้ให้รูดกับเครื่องอ่าน ซึ่งเวลาผู้เล่นต้องจ่ายเงินให้กับผู้ร่วมเล่นหรือรับชำระเงินก็ต้องเอาบัตรของตัวเองไปรูดกับเครื่อง ฮาสโบรบอกว่าเป็นการพัฒนาตามยุคสมัยและสอนเด็กยุคใหม่เกี่ยวกับการใช้บัตรเหล่านี้ว่าจะต้องทำอย่างไร



ผลตอบรับมีทั้งบวกและลบครับ ข้างที่ไม่ชอบ บอกว่าเวลานับเงินกระดาษเป็นฟ่อนๆ มันสนุกกว่า ได้อารมณ์กว่า บางรายบอกว่า การฝึกให้เด็กเล่นบัตรเดบิต-เครดิตสมมุติ ก็เหมือนกับสอนให้เขาหัดฟุ่มเฟือย เพราะเวลาใช้จ่ายด้วยบัตร มันจะมองไม่เห็นว่าสูญเสียอะไรไปบ้าง จ่ายไปแค่ไหนก็ยังมีบัตรอยู่ในมือ ในทางกลับกัน คนที่มองในแง่ดีก็บอกว่า ดีแล้วล่ะ ฝึกไว้ เด็กจะได้รู้จักระมัดระวังการใช้บัตร พ่อแม่จะได้สอนลูกๆไปในตัว



ที่สำคัญคือ เวลาเล่นกลางแจ้งไม่ต้องกลัวลมพัดเงินกระดาษปลิวครับ!







++คุณรู้ไหมว่า



+++ เคยมีผู้ทำสถิติเล่นโมโนโปลี เกม เอาไว้นานที่สุดคือ เล่นติดต่อกันนานถึง 1,680 ชั่วโมง หรือ 70 วันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการเล่นกันในอ่างอาบน้ำนานถึง 99 ชั่วโมง



+++มีผู้สนใจศึกษาประวัติของเกมนี้อย่างลึกซึ้ง ผลศึกษาบางชิ้นระบุว่านายแดร์โรว์ได้ไอเดียเกมเศรษฐีมาจากเกมที่อลิซาเบธ มากี (Elizabeth Magie)หรือ "ลิซซี่" คิดค้นและจดสิทธิบัตรไว้ก่อนแล้วในปี 1904 โดยใช้ชื่อเกมว่า เดอะ แลนด์ลอร์ดส์ เกม (The Landlord’s Game)



+++ โลโก้ตัวการ์ตูนที่เป็นรูปตาแก่หนวดเฟิ้มใส่ชุดทักซิโด้โก้หร่านมีชื่อว่า ริช อังเคิ้ล เพนนีแบ็กส์ (Rich Uncle Pennybags) ปรากฏบนกล่องเกมเป็นครั้งแรกในปี 1936 บริษัทออกแบบให้แกโผล่หัวออกมาตรงตัวอักษร "โอ" ตัวที่สองในคำว่า Monopoly เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโลโก้ในปี 1985 ต่อมาปี 1998 ฮาสโบรเปลี่ยนชื่อริช อังเคิ้ล เป็น "มิสเตอร์ โมโนโปลี" (Mr. Monopoly) อย่างเป็นทางการ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2329 08 มิ.ย. - 11 มิ.ย. 2551



ที่มาของข้อมูลจาก : http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=M3722121&issue=2329


Title: Re: โมโนโปลี (Monopoly) เล่นๆ ได้เป็นเศรษฐี
Post by: Pongsatorn40 on February 09, 2012, 06:45:38 PM
เคยเล่น และชอบเล่นด้วยครับ